เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

เจาะเทรนด์ ‘Longevity’ เมื่อการดูแลรูปร่าง ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช่วงนี้ ไม่ได้หมายถึง การมีอายุยืนยาว แต่เน้นการมี “อายุสุขภาพที่ยืนยาว” และในชีวิตจริงคนไทยต้องเผชิญกับภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคและสะสมความเสี่ยงแบบเงียบๆ อยู่โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาล  ซึ่งคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน และน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายเราในทันที แต่ค่อยๆ สะสมความเสี่ยงเป็นภัยเงียบแบบไม่รู้ตัว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบายและร่วมกับภาคเอกชนในการปรับมาตรฐาน “หวานปกติ = หวาน 50%” เพื่อชวนคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบตัวในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เมื่อน้ำหนักเกิน ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างและบิวตี้ สแตนดาร์ด

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำการให้บริการสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพแบบครบวงจรในเอเชีย มองว่า การดูแลสุขภาพไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจร่างกายของตัวเองและป้องกันความเสี่ยงก่อนจะลุกลาม จึงส่งต่อมุมมองใหม่ให้คนไทย ลดหวาน ลดอ้วน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อให้เราดูดีตามบิวตี้ สแตนดาร์ด แต่เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันตัวเราจากภัยร้ายที่อาจเกิดโดยไม่รู้ตัวอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  อาทิ โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

ข้อมูลด้านสาธารณสุข ระบุว่า BMI ≥ 25 จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน BMI ≥ 30 จัดเป็นโรคอ้วน รอบเอวผู้หญิง ≥ 80 ซม. และ ผู้ชาย ≥ 90 ซม. เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ โดยดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนัก/(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร)x(ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตร) นอกจากจากนี้ ไขมันที่สะสมบริเวณรอบเอวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่อภาวะดื้ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น แม้ภายนอกจะยังดูไม่อ้วนมากก็ตาม

สวย สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของทางลัด

ในขณะที่เทรนด์รักสุขภาพ การดูแลรูปร่างที่กำลังมาแรง “นวัตกรรมปากกาลดน้ำหนัก  incretin-based therapy ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นทั้งตัวรับ GLP-1 และ GIP” ก็กำลังเป็นกระแสและถูกหยิบมาพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ จากบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ หรือสายลดน้ำหนัก ในฐานะทางลัดสู่ความผอมและไอเท็มลดหุ่นแบบเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำตรงกันว่า นวัตกรรมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงามเป็นหลัก แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดและควรต้องใช้ควบคู่ไปกับการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เช่น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ไม่เป็นเครื่องดื่มหวาน 100% ไปแล้ว 3 แก้ว กินน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่า ยังเลือกอาหารน้ำตาลและไขมันสูง ไม่นอนดึก ลดเครียดสะสม และขยับร่างกาย การมีสุขภาพดีจึงไม่ใช่เรื่องของทางลัด แต่เป็นการปรับสมดุลหลายอย่างไปพร้อมกัน

ซิลลิค ฟาร์มา เผย 5 อินไซต์สุขภาพที่หลายคนไม่รู้

โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหัน10  โดยพบว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกายทุก 5 ยูนิตจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตกะทันหันร้อยละ 16 ขณะที่ น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดอักเสบและเสียความยืดหยุ่นโดยไม่รู้ตัว  ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนัก เมื่อนานไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การนอนน้อย กระตุ้นฮอร์โมนความหิว ทำให้กินมากขึ้น ความเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น และการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาระหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ท้ายที่สุด ท่ามกลางเทรนด์การดูแลสุขภาพ ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ย้ำว่า การดูแลน้ำหนักไม่ใช่เรื่องของการผอมให้ทันเทรนด์ แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต การเข้าใจร่างกาย รวมถึงการเลือกใช้ตัวช่วยอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คือ หัวใจของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน

Leave a comment