
โบวี่ อัฐมา เผยแม่คือเจ้ากรรมนายเวร ก่อนพลิกชีวิตด้วยวิปัสสนา
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.35 น.
โบวี่ อัฐมา เล่าปมชีวิตครอบครัว 30 ปี เผยเคยมองแม่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ก่อนเปลี่ยนความสัมพันธ์ด้วยการฝึกวิปัสสนานาน 6-7 ปี
นักแสดงสาวสายธรรมะ “โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์” ออกมาเปิดใจเล่าเรื่องราวชีวิตครอบครัวในวันตรุษจีน ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยเผยถึงความสัมพันธ์กับคุณแม่ที่เคยตึงเครียดมายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะค่อยๆ คลี่คลายลงด้วยการฝึกวิปัสสนา
.jpg)
เมื่อแม่คือ “เจ้ากรรมนายเวร”… โบถอดสลักกรรมนี้ได้อย่างไร โดยไม่ต้องรอชาติหน้า?
หลายคนอาจจะแปลกใจที่เห็นโบใช้คำนี้ในวันมงคลอย่างตรุษจีน ที่โบกล้าพูดเรื่องนี้ เพราะวันนี้โบรักหม่าม๊าที่สุด และอยากให้ทุกบ้านได้สัมผัสความรักแบบที่โบได้รับตอนนี้ค่ะ
โบเชื่อว่ามี “ลูก” อีกหลายล้านคนในสังคมที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ในบ้าน และรู้สึกอึดอัดจนไม่อยากกลับไปเจอครอบครัว (แม้ในวันรวมญาติแบบนี้)
โบเคยเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ โบกับหม่าม๊า เราเคยเป็นเหมือนคู่ปรับที่ไม่มีใครยอมใคร ยอมรับว่าหม่าม๊าคือคนที่ทำให้โบเคยเป็นทุกข์มากก จนโบเคยตั้งคำถามว่า “เราเกิดมาเพื่อทำร้ายกันหรือเปล่า?”
ในทางธรรมะ การที่เราต้องมาเกิดใกล้กันขนาดนี้เพื่อจองล้างจองผลาญกันด้วยอารมณ์ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แรงดึงดูดของกรรม”
ท่านอาจารย์เคยสอนว่า ยิ่งเคยทำร้ายกันมาแรงเท่าไหร่..ยิ่งอาจทำให้มาเกิดใกล้กันมากเท่านั้น เพื่อจะได้แก้ไขรหัสกรรมต่อกัน
โบเองก็รู้สึกผิด..ที่ไม่สามารถทำตัวให้อยู่ร่วมกับหม่าม๊าอย่างเป็นสุขได้ และไม่อยากพกความโกรธนี้ไปจนตาย หรือต้องไปเจอกันใหม่เพื่อแก้แค้นกันต่อในชาติหน้า
สุดท้ายการปะทะกันกว่า 30 ปี เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่โบเริ่ม ‘ฝึกวิปัสสนา’
ตลอดเวลากว่า 6-7 ปี ที่โบได้เข้าคอร์สปฏิบัติวิปัสสนา โดยได้แบ่งบุญจากการปฏิบัติให้หม่าม๊าอยู่อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเราส่งพลังงานดีๆไปให้ใครมากพอ..สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก็คือ… พลังงานที่ส่งกลับมามันเปลี่ยนไป..
จากที่เคยแรงใส่กัน หม่าม๊าก็เริ่ม ‘ซอฟท์’ ขึ้นเรื่อยๆ
จากที่หม่าม๊าเคยเชื่อว่า “คนเป็นแม่ ต้องถูกเสมอ” กลับกลายเป็นคนที่สามารถยอมรับผิดได้ และขอโทษลูกได้
และจากเรื่องที่ไม่เคยจะเข้าใจกัน จู่ๆหม่าม๊าก็ ‘ยอมรับ’ ในความแตกต่างทางความคิดมากขึ้น
หม่าม๊ากลายเป็นผู้ Support ชีวิตอย่างแท้จริง..ให้กำลังใจ..ให้ความเข้าใจ..ให้ความรักและความห่วงใย
.jpg)
วันนี้โบพูดได้เต็มปากว่าโบ “รักแม่จากหัวใจจริงๆ” ไม่ใช่ทำเป็นเพียง ‘หน้าที่’
และความสุขที่โบได้กลับมา คือความ ‘สงบสุข’ ในครอบครัวอย่างแท้จริง ซึ่งเงินกี่ล้านหรือบริษัทที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ซื้อให้โบไม่ได้
“พ่อแม่ไม่มีบุญคุณ”
“ไม่ได้ขอมาเกิด”
สำหรับบางคนที่ไม่ไหวกับพ่อแม่ จนรู้สึกว่าการเชื่อแบบนี้ จะช่วยทุเลาความเจ็บปวดในใจลงได้บ้าง โบเข้าใจความรู้สึกนั้นดีค่ะ แต่โบอยากชวนมองอีกมุมว่า…
“การกตัญญู และ การให้อภัย ถ้าไม่อยากทำเพื่อตอบแทนใคร ก็ทำเพื่อ ‘ปลดล็อก’ ตัวเราเองให้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนแห่งกรรมนี้ เมื่อเราส่งออกพลังงานที่ดี กระแสดีๆก็จะย้อนกลับมาถึงเรา เหมือนอย่างที่ตัวโบเองได้ลองพิสูจน์แล้วค่ะ”.
ตรุษจีนปีนี้ โบขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังพยายาม ‘ถอดรหัสกรรม’ ในบ้านของตัวเองนะคะ บ้านที่สวยที่สุดไม่ใช่แค่การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่คือบ้านที่ใจเราอยู่แล้ว ‘สงบ’ จริงๆ ค่ะ
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งการตื่นรู้และจบกรรมของทุกคนนะคะ
ขอบคุณที่มา โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์

