‘กมธ.ต่างประเทศ สว.’ ลุยถก ‘อียิปต์’ ดันถอดสูตรสำเร็จ FTA ยุโรป ชูโมเดลใช้ ‘ท่องเที่ยว-บริการ’

‘กมธ.ต่างประเทศ สว.’ ลุยถก ‘อียิปต์’ ดันถอดสูตรสำเร็จ FTA ยุโรป ชูโมเดลใช้ ‘ท่องเที่ยว-บริการ’

‘กมธ.ต่างประเทศ สว.’ ลุยถก ‘อียิปต์’ ดันถอดสูตรสำเร็จ FTA ยุโรป ชูโมเดลใช้ ‘ท่องเที่ยว-บริการ’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.20 น.

‘กมธ.ต่างประเทศ สว.’ ลุยถก ‘อียิปต์’ ดันถอดสูตรสำเร็จ FTA ยุโรป ชูโมเดลใช้ ‘ท่องเที่ยว-บริการ’ สร้างสมดุลเศรษฐกิจภาพรวม

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 ที่สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นายนิรัตน์ อยู่ภักดี สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การต่างประเทศ วุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม สว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและประชุมทวิภาคีร่วมกับ นายวาเอล ฮาเหม็ด (Wael Hamed) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายกิจการยุโรป ณ กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความร่วมมือกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)

ในการหารือ นายวาเอล ฮาเหม็ด ได้ถ่ายทอดประสบการณ์สำคัญในการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยระบุว่าความท้าทายใหญ่คือมาตรฐานที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ การเจรจาจึงต้องยึดหลัก “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” (Win-Win) และต้องอาศัยหลักการให้และรับ (Give and Take) มากกว่าการจ้องเอาชนะในเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ฝ่ายอียิปต์ยังได้เสนอแนวคิดการประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภาพรวม โดยชี้ว่าแม้ในภาคการค้าสินค้าอาจมีการขาดดุลบ้าง แต่หากพิจารณารายได้จากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากชาวยุโรป จะช่วยสร้างสมดุลและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้มากกว่า ซึ่งถือเป็นมุมมองใหม่ที่คณะกรรมาธิการฯ จะนำไปศึกษาเพื่อปรับใช้กับการเจรจาการค้าของไทย

ด้านนายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวภายหลังการประชุมว่า การมาเยือนอียิปต์ครั้งนี้ช่วยให้เราเห็นมิติการเจรจาการค้าที่ลึกซึ้งขึ้น โดยเฉพาะการที่อียิปต์ไม่ได้มองแค่ตัวเลขดุลการค้าสินค้าในกระดาษ แต่เน้นการสร้างรายได้รวมจากภาคบริการมาเสริมทัพ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ กมธ.จะนำไปศึกษาและประกอบการพิจารณา เพื่อเสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลไทยใช้ในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศในอนาคต ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “สันติภาพและเสถียรภาพ” (Peace and Stability) ในภูมิภาค ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Leave a comment