จำคุก 2 ปี 8 เดือน อานนท์-สมยศ-พิมพ์ศิริ-ฟ้า ทะลุวัง ปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ ปี 63

จำคุก 2 ปี 8 เดือน อานนท์-สมยศ-พิมพ์ศิริ-ฟ้า ทะลุวัง ปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ ปี 63

จำคุก 2 ปี 8 เดือน อานนท์-สมยศ-พิมพ์ศิริ-ฟ้า ทะลุวัง ปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ ปี 63

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.27 น.

ศาลอาญาสั่งจำคุก ทนายอานนท์-สมยศ-พิมพ์ศิริ-ฟ้า ทะลุวัง ชุมนุมและปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ หน้าราบ 11 ปี 2563 ยกฟ้อง ทราย เจริญปุระ ส่วน เพนกวิน หลบหนี จำหน่ายคดี

20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงฯ หมายเลขดำ อ.498/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความฯ จำเลยที่ 1 , นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม จำเลยที่ 2 , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 3 , น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ จำเลยที่ 4 , น.ส.ณัฏฐธิดา หรือ แหวน มีหวังปลา จำเลยที่ 5 , นายพรหมศร หรือ ฟ้า ทะลุวัง วีระธรรมจารี จำเลยที่ 6 และ น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง จำเลยที่ 7 เป็นจำเลยในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก, ความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เดือนพฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ บริเวณ ถ.พหลโยธิน และบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน โดยพวกจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 2,000 คน และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกพวกจำเลยไม่ยกเลิกการชุมนุม โดยระหว่างการชุมนุมพวกจำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันฯ

จำเลยทั้งเจ็ด ให้การปฏิเสธ และระหว่างการพิจารณานายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2

ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางนำสืบแล้วเห็นว่า จำเลยบางคนมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 และจำเลยที่ 1 และที่ 3 – 6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยการกระทำของจำเลย ที่ 1, 3, 4, 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

และทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3 – 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 คนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คงปรับจำเลยที่ 1, ที่ 3 – 6 คนละ 10,000 บาท และฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1, 3 – 6 เป็นพินัยคนละ 200 บาท รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และปรับคนละ 10,200 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับ 10,200 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

และหากไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 มาตรา 30, 31 และส่วนของจำเลยที่ 1 ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1629/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.4019/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2495/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.2841/2566), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2804/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.25/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2847/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.1863/2567) ของศาลอาญานี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1522/2567 (หมายเลขแดงที่ 3040/2566) ของศาลอาญานี้ด้วยข้อหาและคำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก

ส่วน น.ส.อินทิรา หรือ ทราย จำเลยที่ 7 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอได้ว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยอื่นไปร่วมชุมนุมหรือปราศรัยด้วย จึงพิพากษายกฟ้อง

ต่อมาทนายความจำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

Leave a comment