‘ทัพบก’ซัดเขมร ยืนยันดินแดนเป็นของไทย

‘ทัพบก’ซัดเขมร  ยืนยันดินแดนเป็นของไทย

‘ทัพบก’ซัดเขมร ยืนยันดินแดนเป็นของไทย

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ทัพบก’ซัดเขมร ยืนยันดินแดนเป็นของไทย แค่ให้ลี้ภัยแต่ไม่ยอมกลับ เสธ.ทบ.ฮึ่ม!ทหารพร้อม

กองทัพบกสวน “ฮุน มาเนต” หมัดต่อหมัดตบปากโจมตีไทยยึดครองดินแดนเขมร ลั่นพื้นที่ของไทยแต่แบ่งให้คนเขมรลี้ภัยพอสงครามจบไม่ยอมกลับ ย้ำเขมร 8 หมื่นคนไม่ใช้ผู้พลัดถิ่น แต่คือคนรุกล้ำอธิปไตยไทย ยันไทยยึดข้อตกลงจีบีซีระบุชัดใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่จุดนั้นหลังหยุดยิง ส่วนการวางตู้คอนเทนเนอร์-กั้นรั้ว เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชั่วคราว ไม่ได้ละเมิดอธิปไตยใคร ด้านเสธ.ทบ. เชื่อมือกต.ตอบโต้นายกฯเขมรใส่ร้ายไทย ย้ำการทหารดูแลเต็มที่ ซัดทหารเขมร ไร้วินัย ถูกส่งเข้าพื้นที่ โดยไม่ได้เตรียมตัว

เมื่อวันที่ 19กุมภาพันธ์2569 พล.ต.วินธัยสุวารี โฆษกกองทัพบกแถลงถึงกรณีสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทยและข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป(GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกันไว้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ดังนี้

โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ประเด็นแรกกรณีนายฮุน มาเนต ระบุกองทัพไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูชาอยู่ พร้อมทั้งได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ส่งผลให้ผู้พลัดถิ่นประมาณ 80,000 คน ไม่สามารถกลับบ้านได้นั้น กัมพูชาทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ที่ในอดีตไทยเคยให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบของกัมพูชาเข้ามาพักพิง แต่เมื่อสงครามเสร็จ ประชาชนและทหารกัมพูชาไม่ยอมเดินทางกลับประเทศของตน ซ้ำยังขยายชุมชนรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยมาต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งฝ่ายไทยเรียกร้องหรือประท้วงผ่านกลไกคณะทำงานต่างๆมาตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉย และไม่ยอมแก้ปัญหานำประชาชนกลับไปยังประเทศของตน

“ดังนั้นกลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ได้เรียกว่าเป็นผู้พลัดถิ่น อย่างที่นายกฯกัมพูชากล่าวอ้าง แต่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฎหมาย และรุกล้ำอธิปไตยของไทยมาต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ประชาชนไทยเสียประโยชน์ในการเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าว”โฆษกกองทัพบกระบุ

และว่า ประเด็นที่สอง กรณีนายกฯเขมรกล่าวอ้างถึงการยึดครองดินแดนของไทยนั้น โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า ไทยดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม(Joint Statement)อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 2 ที่กำหนดชัดเจนว่า ให้ทั้งสองฝ่ายคงวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันหลังการสู้รบ โดยไม่เคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม ซึ่งข้อเท็จจริงคือทุกพื้นที่เหล่านั้น กองทัพไทยจำเป็นต้องเข้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อยับยั้งการถูกโจมตี การถูกคุกคามชีวิตของทหารและประชาชนคนไทย ถือเป็นสิทธิป้องกันตนเองตามหลักสากล มิได้มีวัตถุประสงค์จะละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศใด สุดท้ายเมื่อมีการตกลงหยุดยิง การคงกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าว จึงชอบธรรมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมที่กัมพูชาก็ทราบและเข้าใจดี

ส่วนการวางตู้คอนเทนเนอร์และกั้นลวดหนามใช้เป็นเครื่องกีดขวางสำหรับในบางพื้นที่นั้น โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชั่วคราว รักษาความปลอดภัยให้พื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงเผชิญหน้า ลดการกระทบกระทั่งกันได้ ทั้งในส่วนทหารและประชาชน เพราะที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณนั้น กัมพูชามักใช้ประชาชนให้มาออกหน้า แสดงการยั่วยุ ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวต่อฝ่ายไทย

ประเด็นสุดท้ายที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการชายแดนกัมพูชา-ไทย (JBC) เริ่มดำเนินแก้ข้อพิพาทชายแดนนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศมีจุดยืนชัดเจน ที่พร้อมดำเนินการและยินดีใช้กลไกทวิภาคีทุกระดับมาแก้ปัญหาข้อพิพาทและสร้างความร่วมมือในพื้นที่ เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อม ซึ่งประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งลดระดับความตึงเครียดทางทหาร ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนจากทุ่นระเบิด รวมถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยที่อยู่ระหว่างตั้งรัฐบาลใหม่

“กองทัพบกยืนยันความพร้อมเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกันโดยสันติวิธี ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมต่อทุกสถานการณ์ เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมขอให้กัมพูชาทบทวนข้อกำหนดในถ้อยแถลงร่วมและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันจะนำไปสู่ทิศทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและส่งเสริมความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน”โฆษกกองทัพบกกล่าว

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้เรียบร้อยดี แต่ก็ต้องเฝ้าระวังในทุกพื้นที่อยู่แล้ว และใช้เครื่องมือที่มีอยู่เฝ้านะวังพื้นที่ ทั้งเครื่องมือและบุคลากร ยังไม่ลดความพร้อมดำเนินการ จึงคาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนกรณีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศกล่าวหาไทยรุกล้ำแดนกัมพูชา จะเป็นการยั่วยุสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะตอบโต้ตามกระบวนการ จึงไม่ต้องกังวล เมื่อเขาต่อสู้ทางการทูตเราก็ต้องสู้ทางการทูต แต่ทางการทหารเราก็ดูแลอย่างเต็มที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการละเมิดถ้อยแถลงร่วมหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า เขาก็พยายาม หน่วยในพื้นที่ก็เป็นกำลังใหม่ๆ อาจไม่ทราบถึงสถานการณ์ หลังมีทหารหลายส่วนเข้ามาในพื้นที่ โดยยังไม่ได้เตรียมตัว หากจะบอกว่าไม่มีวินัยก็คงพูดได้ ส่วนทหารของเรามีวินัย เราเตรียมพร้อมมีความพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาใด

Leave a comment