สหรัฐฯ จ่ายหนี้สหประชาชาติ 160 ล้านดอลลาร์ จากยอดค้างกว่า 4 พันล้านดอลล์

สหรัฐฯ จ่ายหนี้สหประชาชาติ 160 ล้านดอลลาร์ จากยอดค้างกว่า 4 พันล้านดอลล์

20 ก.พ. 2569 11:41 น.

สหรัฐฯ จ่ายหนี้สหประชาชาติ 160 ล้านดอลลาร์ จากยอดค้างกว่า 4 พันล้านดอลล์

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มทยอยชำระหนี้ค้างจ่ายให้แก่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จำนวน 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดรวมยังสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเดินหน้าโครงการ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ที่นักวิเคราะห์หวั่นอาจลดทอนบทบาทของยูเอ็นในระดับสากล

โฆษกสหประชาชาติระบุในแถลงการณ์ว่า ได้รับเงินจากสหรัฐฯ จำนวน 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,994 ล้านบาท ในฐานะการชำระหนี้บางส่วนสำหรับงบประมาณปกติที่ค้างจ่ายกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 124,860 ล้านบาท

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวระหว่างการประชุมนัดแรกของโครงการ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ว่า สหรัฐฯ จะมอบเงินสนับสนุนแก่สหประชาชาติเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร “เรากำลังจะช่วยเหลือพวกเขาในด้านการเงิน และเราจะทำให้มั่นใจว่าสหประชาชาติจะสามารถดำเนินอยู่ได้” ทรัมป์กล่าวต่อว่า “ผมคิดว่าสหประชาชาติมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ที่ผ่านมาพวกเขายังแสดงศักยภาพออกมาไม่เต็มที่”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถือเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของยูเอ็น แต่ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ สหรัฐฯ ได้ปฏิเสธที่จะชำระค่าบำรุงตามพันธกรณี ทั้งในส่วนงบประมาณปกติและงบประมาณด้านรักษาสันติภาพ รวมถึงตัดงบสนับสนุนโดยสมัครใจให้แก่หน่วยงานต่างๆ ของยูเอ็น และถอนตัวออกจากหน่วยงานภายใต้สังกัดยูเอ็น อีกหลายแห่ง

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยูเอ็นระบุว่า ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ สหรัฐฯ มียอดค้างชำระจำนวนมาก เช่น งบประมาณปกติที่ 2.19 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นกว่า 95% ของยอดหนี้ที่ทุกประเทศทั่วโลกค้างชำระรวมกัน, ภารกิจรักษาสันติภาพ จำนวน 2.4 พันล้านดอลลาร์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และหนี้จากศาลระหว่างประเทศของยูเอ็น จำนวน 43.6 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ “คณะกรรมการสันติภาพ” ที่ทรัมป์นั่งเก้าอี้ประธานเองนั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นการแทรกแซงและบั่นทอนอำนาจของสหประชาชาติ โดยโครงการนี้เริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการปกครองชั่วคราวในพื้นที่ดังกล่าว

แม้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะให้การยอมรับคณะกรรมการชุดนี้จนถึงปี 2027 แต่ได้จำกัดขอบเขตงานไว้เพียงแค่ในกาซาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุในภายหลังว่าคณะกรรมการนี้จะขยายบทบาทไปจัดการกับความขัดแย้งทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญจากยูเอ็นมองว่า โครงการที่ทรัมป์เข้าไปกำกับดูแลกิจการในดินแดนต่างชาตินั้นมีลักษณะคล้ายกับ “โครงสร้างแบบยุคอาณานิคม” และถูกตำหนิอย่างมากที่ไม่มีตัวแทนจากชาวปาเลสไตน์เข้าร่วม รวมถึงในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ก.พ.) ก็ไม่มีตัวแทนจากสหประชาชาติเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน.

ที่มา Reuters

Leave a comment