สะดุ้ง‘วิษณุ’โผล่ตีความปม‘บาร์โค้ด’ เลือกตั้งเสี่ยง‘โมฆะ’! เหตุผล‘ลงคะแนนไม่ลับ’

สะดุ้ง‘วิษณุ’โผล่ตีความปม‘บาร์โค้ด’  เลือกตั้งเสี่ยง‘โมฆะ’!  เหตุผล‘ลงคะแนนไม่ลับ’

สะดุ้ง‘วิษณุ’โผล่ตีความปม‘บาร์โค้ด’ เลือกตั้งเสี่ยง‘โมฆะ’! เหตุผล‘ลงคะแนนไม่ลับ’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สะดุ้ง‘วิษณุ’โผล่ตีความปม‘บาร์โค้ด’ เลือกตั้งเสี่ยง‘โมฆะ’! เหตุผล‘ลงคะแนนไม่ลับ’ ถ้าเช็คต้นขั้วรู้ชื่อผู้มีสิทธิ์ ภท.ออกโรงสวนทันควัน อ้างไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ

เนติบริกร “วิษณุ เครืองาม” โผล่ตีความปมพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจขัดรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ เสี่ยงเลือกตั้งเป็นโมฆะ แนะกกต.ต้องจัดหย่อนบัตรใหม่ จะให้“แสวง” ติดคุกคนเดียวไม่ได้ต้องหาเพื่อนให้ด้วย ด้าน “ศุภชัย”ออกโรงโต้ยันเลือกตั้งบริสุทธิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยมีประชาชนร้องเอาผิด กกต.ปัญหาเรื่องเลือกตั้งแล้ว28เรื่อง

มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้บรรยายหัวข้อ ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ช่วงหนึ่งหลังจากนายวิษณุบรรยายหัวข้อหลักจบและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนหลักสูตรนี้ได้มีโอกาสถามตอบและพูดคุยกัน โดยมีหลายคำถามแสดงความห่วงใยสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่งหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่อาจเป็นโมฆะจากกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ ผลการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายวิษณุตอบคำถามประเด็นนี้ โดยระบุว่า การตีความกฎหมายเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ 2 แนวทาง

ตั้งธง2แนวทางลับ-ไม่ลับ

แนวทางที่ 1 ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง “ไม่ลับ” กกต. ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกเสียงอย่างไร ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

แนวทางที่ 2 ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทาง “ลับ” เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ไปดูกันภายหลัง ซึ่งกรณีบาร์โค้ดจะไม่เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

“วิษณุ”ชื่อไม่ได้ลงคะแนนลับ

นายวิษณุขยายความต่อว่า หากถามความเห็นส่วนตัว ซึ่งผมอาจจะผิด ผมเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 ว่า “ไม่ได้ลับ” เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

นายวิษณุ ระบุว่า ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่า “ไม่ลับ” แล้ว

ทางออกต้องเลือกตั้งใหม่

โดยนายวิษณุย้ำก่อนจบประเด็นนี้ว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งอาจจะผิดก็ได้ จากนั้นมีผู้เรียนถามต่อว่า หากเป็นแบบนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า “ผมตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” คนที่ถามผมเมื่อสักครู่ว่าลับหรือไม่ลับ ผมก็เห็นว่ามัน “ไม่ลับ” หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่า “ไม่ลับ” ก็ออกได้ทางเดียว คือ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ

เมื่อปี 2549 เราได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศมาแล้วครั้งหนึ่ง จากกรณีจัดคูหาเลือกตั้งให้คนเดินผ่านแล้วมองเห็น ซึ่งครั้งนั้นการจัดคูหาแบบนั้นไม่ได้จัดทั้งประเทศ จัดเพียงบางแห่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น กกต. ก็ได้สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เสียเงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ต้องทำ

ถ้า กกต. ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ออกได้ทางเดียว คือ ที่ว่าการลงคะแนนเป็นความลับ หมายถึง “ลับ” ตอนกาบัตรเลือกตั้ง ส่วนหลังจากนั้นไม่ลับอย่างที่ได้ตอบไป

นายวิษณุ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ผมไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต. รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และ กกต. ต้องรับผิด แล้วก็ติดคุกกันไป ครั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบเพราะว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวงไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี

ภท.ย้ำชอบธรรมไม่โมฆะ

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จากกระแสข่าวที่อ้างถึงความเห็นของ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 อาจมีปัญหาเรื่องความลับของการลงคะแนน เนื่องจากมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า ควรพิจารณาตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ความกังวลเชิงเทคนิค รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดย “โดยตรงและลับ” โดยคำว่า “ลับ” หมายถึง ต้องไม่มีระบบที่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับตัวเลือกที่ลงคะแนนได้ มิได้หมายความว่าบัตรต้องไม่มีรหัสหรือเครื่องหมายใด ๆบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งจัดทำภายใต้การกำกับของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีไว้เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการปลอมแปลง และบริหารจัดการในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ไม่ได้เชื่อมโยงกับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่มีระบบติดตามว่าใครลงคะแนนให้ใคร การจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” ต้องมีการละเมิดหลักการพื้นฐานอย่างร้ายแรง และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานว่าระบบ “อาจ” ไม่ลับ

นายศุภชัย ยังยกตัวอย่างว่า แม้คนรอบตัวจะคาดเดาว่าบุคคลหนึ่งน่าจะเลือกพรรคใด แต่การกาบัตรเกิดขึ้นในคูหาโดยลำพัง เมื่อพับบัตรและหย่อนลงหีบแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรใบนั้นเป็นของใคร หรือเลือกผู้สมัครรายใด ความลับจึงยังคงอยู่ตามหลักกฎหมาย จึงสรุปได้ว่า ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานว่าบาร์โค้ดสามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ หรือมีการใช้ระบบดังกล่าวติดตามคะแนนเสียง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ยังคงเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและโดยลับตามรัฐธรรมนูญ และไม่อาจถือเป็นโมฆะได้เพียงจากข้อสงสัยเชิงเทคนิค

ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน28เรื่อง

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยความคืบหน้าความในการพิจารณาคำร้องคดีภาคประชาชนหลายกลุ่มได้มายื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยปม Barcode/QR Code บนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และปัญหาการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า ขณะนี้ มีภาคประชาชนมาคำร้องในเรื่องนี้กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วทั้งหมด 28 เรื่อง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องทั้งหมดไว้พิจารณา โดยพิจารณาคัดแยกคำร้องเป็น 2 ประเด็นพิจารณา คือ ประเด็นแรก ปัญหาการละเมิดสิทธิประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีการร้องว่า การลงคะแนนบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ มีผู้ร้องทั้งหมด 18 ราย ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องแสวงหาข้อเท็จจริงทั้งจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง คือ กกต. และวินิจฉัยตามพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายว่า คำร้องมีมูลพอจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่ ให้เสร็จภายใน 60 วัน ในประเด็นนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือให้ กกต.ตอบชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน ซึ่งต้องให้โอกาส กกต.ได้ชี้แจง เพื่อความเป็นธรรม แต่หาก กกต.สามารถชี้แจงได้ หรือ ไม่ส่งคำชี้แจงมา ผู้ตรวจการแผ่นดินก็สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาคำร้องฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวได้ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉันชี้ขาด

ยันพิจารณาอย่างรอบคอบ

พล.ต.อ.สรายุทธ กล่าวว่า ประเด็นที่สอง ปัญหาการปัญหาการจัดการเลือกตั้งของกกต. เจ้าหน้าที่ กกต. รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายนั้น มีผู้ร้องทั้งหมด 10 ราย ในประเด็นนี้ เป็นอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดโดยตรงของผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นไปตามข้อกฎหมายที่ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณา กระบวนการพิจารณาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของคำร้อง พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

“ยืนยันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพิจารณาทุกคำร้องที่ประชาชนส่งเข้ามา เพราะทุกข์ของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ แต่กระบวนการพิจารณาวินิจฉัยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย จะใช้ความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ เพราะหลักพิจารณาจะต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ใช้ให้ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงมาประกอบกัน ใครทำผิดก็ว่าไปตามความผิด ไม่จำเป็นต้องเชื่อมั่นเรา แต่ของให้ดูจากการกระทำว่ายึดโยงหรือไม่” ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว

อย่าเพิ่งรับรองผลการเลือกตั้ง

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกกลุ่ม สว.สำรอง ให้สัมภาษณ์หลังยื่นหนังสือให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินหลัง ว่า เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ส่วนการยื่นเรื่องถึงศาลปกครองก็เพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามกกต.รับรองผลการเลือกตั้งเพราะถ้ารับรองไปก็จะเสียหายมากกว่านี้

อ้างกกต.ตอบผู้ตรวจการแล้ว

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หรือทนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า ทราบมาว่า ขณะนี้กกต.ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว

เมื่อถามว่ากกต.จะต้องรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อนหรือไม่ นายรณรงค์ กล่าวว่า กกต.มีสิทธิ์ตามกฎหมายและมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิมของท่านไปก่อน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เวลาสส.ไปโหวตกฎหมายจะได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันสมบูรณ์ก็จะได้สบายใจ

Leave a comment