
20 ก.พ. 2569 14:50 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ฮุน มาเนต” ฟ้องฟ็อกซ์นิวส์ ทหารไทยรุกคืบยึดพื้นที่ทับซ้อน ทำชาวเขมรพลัดถิ่นกว่า 8 หมื่น
“ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ เผยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดหนัก อ้างทหารไทยรุกล้ำเขตแดนเกินกว่าพื้นที่ทับซ้อน พร้อมล้อมรั้วลวดหนามปิดหมู่บ้าน ทำชาวกัมพูชากว่า 8 หมื่นคนกลับบ้านไม่ได้ แม้ปีก่อนโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งช่วยเจรจาหยุดยิง เตรียมเข้าหารือ “คณะกรรมการสันติภาพ” สัปดาห์นี้
นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฟ็อกซ์ นิวส์ ดิจิตัล” โดยระบุว่า กองทัพไทยได้รุกคืบเข้ามาในดินแดนที่กัมพูชาถือครองมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นการล้ำเส้นเขตพื้นที่ทับซ้อนออกมาอีก โดยมีการใช้ลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้นหมู่บ้าน ส่งผลให้ชาวกัมพูชากว่า 80,000 คน ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยได้
ฮุน มาเนต กล่าวว่า “การเข้ายึดครองครั้งนี้เกินกว่าพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียวเสียอีก ชาวบ้านจำนวนมากไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขาได้” พร้อมย้ำว่ากัมพูชายังคงยึดมั่นในการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และไม่เชื่อว่าการใช้สงครามเพื่อหยุดสงครามจะเป็นทางออกที่ยั่งยืน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสั่นคลอนให้กับข้อตกลงหยุดยิงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเป็นตัวกลางเจรจาไว้เมื่อปีที่แล้วในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งในขณะนั้นทรัมป์เคยกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นผู้ยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่มีกองทัพเข้มแข็ง
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่ามีการปะทะกันตามแนวชายแดน รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นใกล้กับปราสาทพระวิหาร โดยทางการกัมพูชาตำหนิว่าเป็นฝีมือของกองทัพไทย ขณะที่ฝ่ายไทยปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาเล็งเป้าหมายด้านศาสนาหรือวัฒนธรรม แต่เป็นการปฏิบัติการในพื้นที่ความมั่นคงเท่านั้น
ในสัปดาห์นี้ นายกฯ ฮุน มาเนต ได้เดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมประชุม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ของทรัมป์ เพื่อหาทางออกให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
นอกจากประเด็นไทยแล้ว ฮุน มาเนต ยังได้ชี้แจงถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา สหรัฐฯ และจีน โดยระบุว่าการดำเนินความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจที่แข่งขันกัน ไม่จำเป็นต้องมองว่าชัยชนะของฝ่ายหนึ่งคือความพ่ายแพ้ของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง และกัมพูชาซึ่งเป็นชาติที่มีขนาดเล็กกว่าคงไม่สามารถเลือกชาติหนึ่งมากว่าอีกชาติหนึ่ง
เขายังระบุถึงประเด็นเรื่องฐานทัพเรือเรียม โดยยืนยันว่าไม่ได้ให้จีนใช้เป็นฐานทัพแต่เพียงผู้เดียว ล่าสุดเรือรบยูเอสเอส ซินซินเนติ ของสหรัฐฯ ได้เข้าจอดเทียบท่า ซึ่งห่างจากเรือรบจีนเพียง 150 เมตร เพื่อพิสูจน์ว่ากัมพูชาทำตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมให้มีฐานทัพต่างชาติบนแผ่นดินของตน
กัมพูชายังประกาศรื้อฟื้นการฝึกร่วมทางทหาร “อังกอร์เซนติเนล” (Angkor Sentinel) กับสหรัฐฯ ในปีนี้ หลังจากระงับไปตั้งแต่ปี 2017 และยืนยันความร่วมมือกับเอฟบีไอในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงแบบเชือดหมู (pig butchering) โดยล่าสุดได้จับกุม “ออกญา” ผู้ทรงอิทธิพลรายหนึ่งและสั่งปิดสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
ทั้งนี้ กองทัพไทยยังไม่มีการตอบรับเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการกล่าวหาเรื่องการรุกคืบพื้นที่ทับซ้อนในขณะนี้.
ที่มา Fox News Digital