
21 ก.พ. 2569 05:43 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทรัมป์เดือด ซัดศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษี ลั่นประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก
ผู้นำสหรัฐฯ ไม่พอใจคำวินิจฉัยศาลสูง 6 ต่อ 3 ล้มภาษีฉุกเฉิน ลั่นเก็บภาษีใหม่ 10% ทันที อ้างกฎหมายปี 1974 แต่จำกัด 150 วันโดยไม่ผ่านสภา
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงตอบโต้คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 สั่งเพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ใช้กับหลายประเทศ โดยเรียกคำตัดสินว่า “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และ “น่าอับอาย” พร้อมประกาศจัดเก็บภาษีใหม่ในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วโลกแทนทันที
โดยทรัมป์ประกาศจะใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อจัดเก็บภาษีชั่วคราว 10% โดยบทบัญญัตินี้เปิดทางให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีเพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินที่รุนแรงได้ แต่จำกัดระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน และอัตราไม่เกิน 15% หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ทรัมป์ระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อทดแทนภาษีชุดเดิมที่ถูกศาลเพิกถอน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจใช้ช่องทางอื่น เช่น มาตรา 232 ซึ่งต้องผ่านกาสอบสวนโดยกระทรวงพาณิชย์
ขณะที่คำวินิจฉัยของศาลสูงก่อนหน้านี้ ระบุว่า ภาษีที่ทรัมป์ประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินแห่งปี 1977 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอำนาจจัดเก็บภาษีเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร โดยประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุในคำพิพากษาว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มอบอำนาจด้านภาษีใด ๆ ให้ฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษา ซามูเอล อาลิโต คลาเรนซ์ โธมัส และเบรตต์ คาวานอห์ มีความเห็นแย้ง โดยคาวานอห์ระบุว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ชอบด้วยกฎหมาย
ด้านผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่า ผู้พิพากษาเสียงข้างมากอาจได้รับอิทธิพลจากผลประโยชน์ต่างชาติ พร้อมระบุว่า “เดี๋ยวคุณจะได้รู้” เมื่อถูกถามถึงหลักฐาน
โดยคดีนี้ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของนโยบายด้านเศรษฐกิจของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ศาลสูงไม่ได้ระบุชัดเจนว่าบริษัทเอกชนจะมีสิทธิได้รับเงินคืนหรือไม่ และทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจไม่ยินยอมคืนเงิน โดยกล่าวว่า ต้องใช้เวลาขึ้นศาลกันอีกหลายปี.
ที่มา BBC CNN