ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ส่งผู้สมัครฉาวลงชิงสส.พ่นพิษ ร้องยุบ‘ปชน.’ ทั้งที่รู้ว่ามีคดีข่มขืนติดตัว ‘ศรีสุวรรณ’เดินหน้าเอาผิด

“ศรีสุวรรณ” ยื่นร้อง กกต.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคประชาชน ปมส่งผู้สมัครสส.ลงรับเลือกตั้ง ทั้งที่มีคดีข่มขืนหญิงสาวติดตัว สุดท้ายถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ขณะที่“คำผกา”ฟาดพรรคส้มไร้ระบบคุณธรรม แต่ยังเที่ยวไปชี้นิ้วเหยียดพรรคอื่น ตัวเองเหลวแหลกยิ่งกว่า ด้าน“ปวิณ”ซัดเละพรรคหัวรั้นมีเรื่องทีก็ขอโทษที ไม่ปรับปรุง อ้างแต่มีปัญหาเรื่องคัดสรรคน ไม่สนใจสิทธิมนุษยชน-สิทธิเพศ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน กรณี นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน (ปชน.) ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาว โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า พรรคประชาชนกระทําการอันเข้าข่ายส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สมัครสส.ดังกล่าว กระทําการที่เป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ ทั้งที่มีผู้ที่เตือนมานานแล้ว หากเข้าข่ายให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ต่อไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดมหาสารคามได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาในคดีที่ 7841/2568 ลงวันที่ 15 ก.ย. 2568 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้อง นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลืมสะลือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยา ซึ่งจำเลยให้ผู้เสียหายรับประทานแล้ว จนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งศาลวินิจฉัยแล้วว่ากระทำจริง จึงมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี แก่ผู้เสียหาย

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมไทยถือเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ซึ่งพรรคประชาชนและกรรมการบริหารพรรคย่อมรู้มาตั้งแต่ต้น เพราะเคยมีผู้บอกกล่าวหรือทักท้วงมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ควรมีมติส่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.มหาสารคาม แต่พรรคประชาชนกลับเพิกเฉย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนจงใจที่จะส่งเสริม สนับสนุนการกระทำของบุคคลดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยชัดแจ้ง ซึ่งการฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ กกต. เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสั่งยุบพรรคดังกล่าว ตามมาตรา 92 (3) ของกฎหมายดังกล่าวต่อไป

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติฯจึงนำความพร้อมพยานหลักฐาน สำเนาคำพิพากษามายื่นร้องเรียนชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อสอบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ขณะที่ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความระบุว่า ทนายเตือนหลายรอบ สมาชิกพรรคหลายคนเตือนหลายรอบ ว่าคดีข่มขืนของผู้สมัครคนนี้ ผู้เสียหายยังสู้คดีอยู่ และสู้ถึงศาลฎีกา แต่ผู้นำพรรคประชาชนไม่นำพาต่อเสียงทัดทาน

ข่าวว่าผู้เสียหาย “ใช้ชีวิตในมหาสารคาม” อย่าง “ยาก”ในช่วงสู้คดี เรื่องนี้สะท้อนว่าพรรคประชาขน ไม่ได้มี merit system อะไรอย่างที่เที่ยวไป ’ชูคอ’ ดูถูกพรรคการเมืองอื่นเลย!!

ไอ้ที่ชี้นิ้ว ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นว่าเป็น ระบบลูกท่านหลานเธอ ดถูกคนอื่นว่าชั่ว เลว บ้านใหญ่ โกง สุดท้าย พรรคประชาชนเองก็เหลวแหลกยิ่งกว่า หละหลวมยิ่งกว่า

ตลกดีนะคะ feminist พรรคส้มหายหัวหมด ทนายสิทธิฯ ผู้หญิงเฟียซๆหายหมด สส. หญิงในพรรคหายหัวหมด เลิกยะโสโอหัง เหยียดหยามคนอื่นได้แล้ว สงสารถึก สวสารพวงทอง สวสารภัควดี สวสารธงชัย แบกจนหลังขาดเป็นสองท่อนแล้ว

ด้าน นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุว่า ผู้สมัคร สส มหาสารคาม โดนศาลฏีกาพิพากษาจำคุกข้อหามอมยาและข่มขืน เราต้องเจอเคสแบบนี้อีกกี่ครั้งในพรรคประชาชน แม้ว่าจะมีคนเตือนแล้วหลายครั้ง แต่พรรคก็ไม่ฟังคำเตือน พอเรื่องเกิด ก็ออกมาแค่ขอโทษและจะนำไปเป็นบทเรียน คือพรรคส้มได้บทเรียนแล้วกี่ครั้ง? และดิชั้นเลิกเชื่อแล้วเรื่องที่พรรคอ้างว่าฟังเสียงประชาชนและก็จะนำคำวิจารณ์ไปปรับปรุง ไม่เคยปรับปรุงอะไรค่ะ

เมื่อตอนดิชั้นแตกหักกับพรรค ดิชั้นบอกว่าจากนี้ไปดิชั้นจะวิจารณ์พรรคอย่างเต็มที่ โปลิตบุโรหญิงคางยื่นตอบกลับมาว่า “ก็ดีค่ะ พรรคยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์ค่ะ” — ไม่จริงเลย เพราะหลังจากที่ดิชั้นวิจารณ์เรื่องพิศาล ซึ่งเป็นคนของ คสช. และมีคดีชู้สาวในอดีต พรรคไม่ฟังใครทั้งนั้น และยังดันพิศาลต่อ เฉกเช่นเดียวกับในกรณีผู้สมัคร สส มหาสารคาม ที่พรรคไม่ฟังใครทั้งนั้น และเดินหน้าหนุนต่อ จนเรื่องมาจบแบบนี้ เราอาจจะสรุปง่ายๆ ว่า พรรคมีปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากร แต่ดิชั้นเบื่อที่จะฟัง เพราะตอนแก้วตาออกมาแฉพรรค ตัวรักชนกเองก็ออกมาพูดประโยคทอง “พรรคมีปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากร” เป็นคำพูดง่ายๆ ที่แม้เวลาจะผ่านมาแค่ไหน เกิดเรื่องแล้วกี่เคส ขอโทษแล้วกี่ครั้ง ก็ยังเกิดปัญหาอยู่ดี

….แต่ที่หนักพอๆ กับปัญหาเรื่องการคัดสรรบุคลากรก็คือ พรรคประชาชนไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางเพศ ไม่มีคนทำงานเรื่องนี้ ถึงมีก็ไม่เข้าใจ พรรคถูกชี้นำด้วยผู้ชายที่มีความคิดชายเป็นใหญ่ แล้วคุณจะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงในสิทธิทางเพศได้อย่างไร อย่าว่าแต่ผู้ชายในพรรคที่มีความคิดแบบนี้ แม้แต่ผู้หญิงในพรรคก็ไม่เข้าใจสิทธิผู้หญิง ต้องขอยกตัวอย่างซ้ำๆ ที่รักชนกบอกว่า “ก็เมื่อเมียพิศาลให้อภัยแล้ว เราคนนอกจะทำอะไรได้” ดิชั้นฟังกี่ครั้งก็อึ้งทุกครั้ง โดยเฉพาะคำพูดที่ออกมาจากปากผู้หญิงที่ตัวเองก็โดนหมิ่นทางเพศอยู่เสมอ นี่แหละค่ะ ปัญหาของพรรคประชาชน — อ้าว IO พรรคที่ไม่พอใจก็เตรียมมากระทืบดิชั้นได้เลยค่ะ ดิชั้นจะกระทืบกลับ

Leave a comment