‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น'ไม่ดิ้นรน' เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อภิสิทธิ์’ไม่ปิดประตูเจรจา ลั่น’ไม่ดิ้นรน’ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ‘ไชยชนก’ตอก’ธรรมนัส’ งานการเมืองไม่เคยหวาน

ส.พระปกเกล้ากางผลสำรวจคนเชียร์สูตรตั้งรัฐบาล 3 พรรค “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” ขณะที่ท่าทีของ“อภิสิทธิ์”ยังไม่ปิดประตูตาย พร้อมเปิดสายรอคุย แต่ไม่ดิ้นรอ บนเงื่อนไขเดิมคือ ต้องไม่มี“กล้าธรรม” ด้าน“เลขาฯภท.”แบะท่ายังเปิดประตูรับทุกพรรคหากอุดมการณ์ตรงกันตอกกลับ“ธรรมนัส”พร้อมทำงานไม่สนคำขู่ ส่วน“ประชาชาติ”มาตามนัดหอบ5เสียงว่าที่ สส.หนุน“อนุทิน”เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ’กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’เกี่ยวกับประเด็นความชัดเจนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาว่า ตนไม่ประกาศเช่นนั้นเพราะโดยระบบของพรรคเป็นอำนาจกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรคและส.ส.ทั้งนี้ได้คุยเบื้องต้นว่าจะอยู่เฉยๆไม่รอรับสายโทรศัพท์ ต่หากโทรศัพท์มาพร้อมรับ ไม่ปิดเครื่อง

ทั้งนี้พรรคไม่มอบตัวก่อนเด็ดขาด หากเข้าไปคุยแสดงว่า เขามาตามและการไปฟัง ไม่ใช่ฟังเฉยๆ เพราะต้องรักษาคำพูดกับประชาชนต่อเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำและไม่มีการสร้างความแตกแยก

‘มาร์ค’ย้ำ3เงื่อนไขไม่ร่วมรบ.ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรียกว่าครอบงำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่ไปถึงประเด็นนั้น แต่ต้องพูดให้ชัดว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ต้องไม่ถูกแทรกแซง ไม่ครอบงำ ทั้งนี้ตนไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้ แต่เรื่องทุนเทามีข้อมูลอยู่ ขณะเดียวกันหากจะไปร่วมต้องตอบโจทย์ว่า นโยบายเรื่องใดที่มั่นใจได้ว่าทำสำเร็จ

“ผมไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดเล็ก ที่มีจุดยืน ส่วนที่ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน เพราะดูหักหาญกันไปหน่อย เนื่องจากไม่มีปัญหากันขนาดนั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ชี้ภท.ถือแต้มต่อเหนือกว่าทุกพรรค

เมื่อถามว่า มองการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยถือว่าได้เสียงข้างมากที่ทำให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ขณะนี้แม้ว่าจะไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ก็สามารถมีเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้กว่า 290เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 210เสียง ซึ่งจำนวนเสียงต่างกันมาก ดังนั้นหากวิเคราะห์ว่าจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมมีเหตุผลอะไร ซึ่งตนมองว่า เพื่อป้องกันพรรคเพื่อไทยตีรวน หรือถอนตัว ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเสียงที่พรรคกล้าธรรมมี 58เสียงจะมีน้ำหนักมากกว่า หากเทียบกับพรรคปชป.ที่มี22เสียง

“พรรคเพื่อไทยมี 74เสียง หากดึงประชาธิปัตย์ 22เสียงเข้าไป ยังลำบาก แต่หากเป็นพรรคกล้าธรรม 58เสียง สามารถหักลบกับเพื่อไทยได้เกินครึ่ง หากมีปัญหาจริงพรรคภูมิใจไทยไม่สะเทือนและผมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีพรรคใดจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ขณะเดียวกันแม้จะอยู่นิ่งๆ ยังมีอำนาจต่อรองสูงสุด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ยื่นสอบคุณสมบัติรมต.คืองานแรก

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้แกนนำพรรคกล้าธรรมโต้พรรคประชาธิปัตย์หลังประกาศไม่จับมือ และตอบกลับให้คอยดูเถอะ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่เป็นปัญหาอะไร ผมก็ตอบว่า ให้คอยดูเถอะเช่นกัน เพราะพรรคที่ได้ ส.ส.58เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ”

เมื่อถามถึงการแสดงจุดยืนตอนเลือกตั้งว่า จะเป็นพรรคที่มากำหนดเกม หัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ ด้วยเสียง ส.ส.ที่มี 22คน แต่เมื่อประชาชนให้มาเท่านี้ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ต่อ ทั้งการตรวจสอบทุนเทา ต่อต้านนโยบายที่สร้างความแตกแยกและงานแรกที่จะทำคือ การยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีที่มีปัญหาจริยธรรม โดยกรณีดังกล่าวไม่ใช่เป็นการใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำลาย หรือกลั่นแกล้งคนอื่น หรือฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อรัฐธรรมนูญให้กลไกตรวจสอบเมื่อพบว่าผิดจริง ก็ต้องถูกยื่นตรวจสอบ

“ถ้าสมมุติว่า จะมาชวนร่วมรัฐบาลและมีคนที่จะถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรมอยู่ด้วย ผมก็ไม่ร่วม พรรคปชป.พร้อมเป็นพลังทางการเมืองที่จะตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เชื่อรบ.สามารถอยู่ได้ครบเทอม

เมื่อถามว่า ประเมินทิศทางการเมืองหลังจากนี้เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเรียบร้อย หรือต่อให้ไม่เรียบร้อย เพราะคาดการณ์กันว่า อาจต้องลงคะแนนใหม่ เชื่อว่าจะไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเชิงตัวเลขได้และจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในเชิงตัวเลข มีโอกาสทำงานผลักดันนโยบายได้ หากถามว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ตนมองว่า ถ้าไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหา ไม่ทำอะไรไม่ถูกต้อง หรือทำอะไรที่สะดุดขาตัวเอง ก็สามารถอยู่ได้

อย่าเหลิงอำนาจอาจนำไปสู่จุดจบ

เมื่อถามย้ำว่ามีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะอยู่รอดปลอดภัยจากการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของความรู้สึกที่ไม่ดี ตนไม่ติดใจที่รัฐบาลจะมีเสียงเกิน 300เสียง แต่หากพูดถึงความเบ็ดเสร็จในอำนาจที่ครอบคลุมถึง สว.องค์กรอิสระและศาล ถือเป็นอันตราย เพราะอาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ต่อให้ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ฝ่ายอนุรักษ์หรือฝ่ายไหน อย่าประมาท หากย่ามใจเพราะมีอำนาจเยอะ ในที่สุดอาจเป็นจุดพลิกผันและนำไปสู่จุดจบได้

‘ไชยชนก’ลั่นเปิดกว้างฟังทุกพรรค

ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยจะรับพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า จุดยืนเราก็เหมือนเดิม รอการยืนยันผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงวันนั้น เราก็ยังเปิดรับกับทุกๆพรรคที่จะมาแสดงเจตจำนงเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ระบุว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ให้โหวตก่อนมาแบ่งงาน นายไชยชนก กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่า ต้องให้มาโหวตก่อน เราเพียงบอกว่า เราเปิดรับการแสดงเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทิน กับทุกพรรคและไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใดๆที่เข้ามา เป็นการรับฟังข้อเสนอ

สวน’ธรรมนัส’พร้อมคุมเกษตรฯ

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและรมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หากใครจะมานั่ง ก็ลำบากเพราะว่าทำงานยาก ไม่ได้ง่าย ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องแอร์เหมือนกระทรวงอื่นๆ นายไชยชนก กล่าวว่าตนคิดว่าทุกๆกระทรวงมีความท้าทายและคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ ท้ายสุดต้องมาดูที่ผลงาน จะมาบอกว่าวิธีการของคนโน้นถูก คนนั้นผิด ตนว่ามันต้องมาวัดที่ผลงานมากกว่า ส่วนตนไม่มีประสบการณ์ไปนั่งกระทรวงเกษตร คงจะคอมเมนต์ไม่ได้ว่าสิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส พูดนั้นเป็นยังไง ก็รอดูคนที่ใครก็ตามที่มานั่งกระทรวงเกษตรฯและผลงานของเขาดีกว่า

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยามรักน้ำต้มผัก ก็หวาน ตอนนี้กับพรรคกล้าธรรมยังหวานอยู่หรือขม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ผมว่ากลางๆ มาโดยตลอด สำหรับผมการเมืองไม่เคยหวานเลย”

มีเจตนาดีที่ไหนก็เข้าทำงานได้

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ถ้าเกิดสมมติว่ารัฐบาล ไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว และต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯจะมีการวางงานหรือข้าราชการอาจจะไม่รับนโยบายของรัฐบาล นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล ตนรู้สึกว่านั่งกระทรวงมา ก็สัมผัสอยู่ว่าบางทีก็มีความลำบากในเวลาปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าเรามีเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน และเราก็ทำงานกันอย่างสามัคคี สุดท้ายมันก็จะทำได้ และเวลาก็จะเป็นบทพิสูจน์ในความตั้งใจในการทุ่มเทที่ทำงานเพราะฉะนั้นคิดว่า กระทรวงเกษตรฯก็คงไม่แตกต่าง ถามว่าการเข้าไปใหม่ ยังไงมันก็ต้องมีสิ่งที่เราจะต้องไปทำความเข้าใจ ไปศึกษา ทั้งเรื่องปัญหาระบบข้าราชการ แนวทางการทำงาน โครงการต่างๆ แต่ว่าใครก็ตามที่พร้อม และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็ควรที่จะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้

ประชาชาติยกทีมหนุน’ภท.-อนุทิน’

เวลา 10.15น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ นำโดย นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส เดินทางเข้าแสดงเจตจำนงในการร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย รวมถึง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยทั้งนี้ ในส่วนของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมเดินทางมากับอีก 4 ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ แต่ยืนยันที่จะเป็นอีก 1 เสียง รวมเป็น 5 เสียง ในการร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ตามที่พรรคประชาชาติ ได้มีมติจากที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค และสมาชิกพรรค วานนี้ (19 ก.พ.)

รอผลทางการจากกกต.ค่อยแบ่งเค้ก

จากนั้นทั้งสองฝ่ายแถลงข่าวร่วมกัน โดย น.ส.แนน กล่าวว่า เบื้องต้นมีพรรคการเมืองที่มีว่าที่ สส.พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ 14เสียง โดยวันนี้ (20 ก.พ.) ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ มาร่วมแสดงเจตจำนงกับพรรคในการสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ ส่วนขั้นตอนต่างๆต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและรายงานตัวเป็น สส.ต่อสภาฯก่อน ถึงจะมีความแน่ชัดในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งต่างๆ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแสดงเจตจำนงที่เรามีความพร้อมในการรวบรวมเสียงสนับสนุนนายอนุทินต่อไป

แจง’วันนอร์’ติดธุระไปงานศพ

ด้าน นายซูการ์โน กล่าวว่า มติของพรรคประชาชาติเรามี 5 เสียงว่าที่ สส.เป็นเอกฉันท์ ในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ และร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต ยืนยันว่า ทุกเสียงต้องปฏิบัติตามมติของพรรค ส่วนที่ พ.ต.อ.ทวี ไม่เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภารกิจต้องไปร่วมงานศพ แต่ได้ฝากความคิดถึงมายังทีมงานผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ได้ฝากความคิดถึงไปยังนายอนุทิน ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันในสภาฯ ชุดที่ 26 รวมถึง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วย พวกตนทั้ง 4 คน มาเป็นตัวแทนของพรรค ไม่ใช่มาแค่ 4 คน แต่มาพร้อมกันทั้ง 5คน

‘ฮั้วสว.-เขากระโดง’ว่าไปตามบทบาท

เมื่อถามถึงกรณีที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี และพรรคประชาชาติ อาจเคยมีปัญหาขัดแย้งพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะกรณีคดีฮั้ว สว.และคดีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ยังถือว่าร่วมงานกันปกติหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม เป็นการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี กระบวนการพิจารณาทั้งหมดอยู่ในชั้นของศาลฯ แล้ว และบทบาทหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี ก็จบไปตั้งแต่ตอนที่ออกจากการร่วมรัฐบาล ส่วนในนามของพรรคประชาชาติก็ทำหน้าที่ตามบทบาท เหมือนกับเราเล่นกีฬาฟุตบอล ในเวลาการแข่งขันเราก็เล่นกันไปในเกมกีฬา เมื่อหมดเวลาเราก็เป็นเพื่อนจับมือกันได้ เช่นเดียวกับเรื่องการเมืองที่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเข้าใจว่าการเมืองคืออะไร พรรคประชาชาติในฐานะที่เป็นพรรคเล็กๆใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรารับฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ก็อยากให้พรรคประชาชาติเข้ามาร่วมทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสะท้อนปัญหาประชาชน ผลประโยชน์ของประชาชนสำคัญที่สุด

อ้างเสียงประชาชนให้ร่วมรัฐบาล

เมื่อถามถึงเหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เลขาฯ ประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้เราทราบดีว่า เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นลำดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นการทำงานร่วมกับพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระบอบประขาธิปไตย เราเป็นเสียงส่วนน้อย ในเมื่อเราได้รับมิตรไมตรีจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เราก็พร้อมทำงานโดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ”ผมเชื่อมั่นในวินัยของสมาชิกพรรคประชาชาติ ในเมื่อมติพรรคออกมาเป็นอย่างไร เราต้องทำตามมติพรรค ซึ่งเรามาร่วมรัฐบาล หากต่อไปมติของพรรคร่วมรัฐบาลว่าอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น สิ่งเดียวที่ขอฝากไปยังพรรคภูมิใจไทย เป็นจุดยืนของเราคืออะไรที่มันเป็นข้อกฏหมายที่ขัดกับหลักการศาสนา เราต้องมาคุยกัน กฎหมายใดที่มีปัญหากับหลักศาสนา ต้องคุยกัน เราจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลาม” เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว

เสียงหนุนภูมิใจไทยแตะ291เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงของรัฐบาลในขณะนี้สามารถรวบรวมได้แล้ว 291 เสียง แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง

‘ธรรมนัส’เลื่อนบินยุโรป-ไปคืนนี้แทน

หลังมีกระแสข่าวลือว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยกเลิกไฟลต์บินที่จากเดิมมีกำหนดจะไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ(โซนยุโรป) ในคืนวันที่ 19ก.พ.69 เพื่อรอดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า จะติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ล่าสุด จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าว แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้ยกเลิกไฟลต์บินแต่อย่างใด ซึ่งในกำหนดการไม่ใช่การเดินทางคืนวันที่ 19ก.พ.แต่เป็นการเดินทางคืนวันที่ 20ก.พ.แทนและการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้จะเป็นไฟท์บินเดียวกันที่มีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินทางไปราชการด้วยและข้าราชการระดับสูง ยืนยัน ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้มีการยกเลิกไฟลต์บินและไฟลต์บินยังคงเดิม

ปลัดแจงไม่มีขรก.ระดับสูงไปยุโรป

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงในกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่ามีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรเดินทางไปยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง การไปต่างประเทศของข้าราชการทุกคนจะต้องขออนุญาตปลัดกระทรวงก่อน ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครมาขออนุญาตตนเลย จึงออกมายืนยัน เพราะไม่อยากให้เสนอข่าวคลาดเคลื่อน ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราทำงานเต็มที่ทุกอย่าง การปล่อยข่าวลักษณะนี้ เพื่อจะสื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส รวมตัวกับข้าราชการบางคนในกระทรวง ต้องการจะสื่อสารบางอย่างหรือไม่ นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ เรื่องการเมืองขอไม่แสดงความเห็น แต่เรารับคำสั่งมาแล้ว ข้าราชการทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่ ไม่มีสุญญากาศแน่นอน เราไม่ลอยตัว หรือดึงงานบางอย่างแน่นอน

โพลร้อยละ53ได้ยินมีการซื้อเสียง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง“การรับรู้ปัญหาซื้อ เสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง”ระหว่างวันที่ 13-16ก.พ.2569 จากประชาชนที่ มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วประเทศ 2,000ตัวอย่าง ผลสำรวจในคำถาม“ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่”ผู้ตอบมากกว่าครึ่ง ระบุว่า“ได้ยิน”คิดเป็นร้อยละ53.6 ขณะที่อีกร้อยละ46.5 ระบุว่า“ไม่ได้ยิน” ผลสำรวจคำถาม“หากเคยได้ยินราคาซื้อเสียงที่ท่านทราบ คือเท่าไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ ระบุว่า “500-1,000บาท” คิดเป็นร้อยละ76.8 รองลงมาคือ“ต่ำกว่า500บาท”คิดเป็นร้อยละ 15.3 และ“มากกว่า 1,000บาท”คิดเป็นร้อยละ7.9 ผลสำรวจในคำถาม“ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ40.8 ประเมินว่า “แย่–ค่อนข้างแย่”รองลงมาคือ “พอใช้”ร้อยละ25.8และ “ดี–ค่อนข้างดี” ร้อยละ 31.9 ขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่า “ไม่มีความเห็น”

ร้อยละ28.5หนุนภท.พท.-ปชป.ตั้งรบ.

ผลการสำรวจทางLine Todayในคำถาม“ท่าน‘ชอบ’รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบไหนมาก ที่สุด” พบว่า ผู้ตอบจำนวนมากที่สุดระบุว่า“ไม่มีรูปแบบที่ชอบ”คิดเป็นร้อยละ41.9 สะท้อนว่าประชาชน ส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจกับตัวเลือกการจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอมา สำหรับรูปแบบที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือ“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์”ร้อยละ28.5และ“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาชาติ+ ประชาธิปัตย์” ร้อยละ13.8

ขณะที่ตัวเลือกฝั่งอื่นๆได้รับการเลือกในสัดส่วนต่ำกว่า ได้แก่“ภูมิใจไทย+กล้า ธรรม+พลังประชารัฐ+เศรษฐกิจ”ร้อยละ9.3,“ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม”ร้อยละ4.6และ“ภูมิใจไทย+กล้าธรรม” ร้อยละ 1.9

Leave a comment