
ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าว จากเหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65
วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.
ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าวระหว่างลงพื้นที่ทำข่าว เหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65 ชี้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาได้ ให้ศาลปกครองกลางรับพิจารณาคดี
เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 นายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ ผู้สื่อข่าวอิสระ อดีตบรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดีที่ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรณีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทำร้ายสื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ทำข่าวการสลายการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ที่ถนนดินสอ เมื่อปี พ.ศ. 2565 ไว้พิจารณา ซึ่งผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ สตช.กำหนดคำบังคับในกรณีจะสลายการชุมนุมว่า ให้ตำรวจหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือหากจะใช้กำลังก็ต้องยึดหลักพอสมควรแก่เหตุ โดยขั้นตอนต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ.ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 5% นับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณา เพราะเห็นว่าการสลายการชุมนุมกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ในวันดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและตามที่กฎ หมายกำหนด และคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า การที่ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าให้ศาลใดเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาไปตาม “หลักทั่วไป” ที่ว่าศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง กรณีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย เป็นกรณีที่ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับได้ และเมื่อผู้ฟ้องคดีได้นำคดีนี้มายื่นฟ้องต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการฟ้องคดี จึงเป็นเหตุให้สามารถ รับคดีนี้ไว้พิจารณาได้