“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี

22 ก.พ. 2569 07:02 น.

“เต่ายักษ์” กลับคืนสู่เกาะกาลาปากอส หลังสูญพันธุ์ไปกว่า 180 ปี

“เต่ายักษ์” ที่สูญพันธุ์ไปจากเกาะโฟลรีอานา แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสนานกว่า 180 ปี ถูกส่งกลับคืนสู่เกาะแห่งนี้อีกครั้งแล้ว หลังนักวิทยาศาสตร์พยายามเพาะพันธุ์มันกลับขึ้นมาใหม่มานานร่วม 10 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ก.พ. 2569 ว่า เต่ายักษ์ (Giant tortoise) กลับมาเดินท่องไปทั่วเกาะโฟลรีอานา (Floreana) แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 180 ปี หลังความพยายามฟื้นฟูสายพันธุ์ของมันกลับมาของนักวิทยาศาสตร์เริ่มผลิดอกออกผล

การปล่อยเต่ายักษ์วัยอ่อนที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงจำนวน 158 ตัวลงสู่เกาะแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศเกาะโฟลรีอานา ซึ่งนำโดยผู้อำนวยการอุทยานแห่งชาติกาลาปากอส ซึ่งบรรดานักอนุรักษ์ชื่นชมว่าเป็น “หมุดหมายที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง”

การนำเต่ากลับคืนสู่ธรรมชาติในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากโครงการ “ผสมพันธุ์ย้อนกลับ” (back-breeding) ที่เริ่มขึ้นในปี 2560 หลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเต่าที่มีเชื้อสายบรรพบุรุษของเต่ายักษ์โฟลรีอานาบนเกาะอิซาเบลาซึ่งอยู่ใกล้เคียง

สายพันธุ์ดั้งเดิมของเกาะโฟลรีอานาที่มีชื่อว่า Chelonoidis niger niger ได้สูญพันธุ์ไปในช่วงทศวรรษที่ 1840 ด้วยฝีมือของเหล่านักเดินเรือที่จับเต่าจากเกาะไปเป็นจำนวนหลายพันตัวเพื่อใช้เป็นเสบียงอาหารระหว่างการเดินทางอันยาวนาน

“การฟื้นฟูเกาะโฟลรีอานาได้บรรลุถึงหมุดหมายที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการปล่อยเต่ายักษ์จากการเพาะเลี้ยงจำนวน 158 ตัวคืนสู่ธรรมชาติในสัปดาห์นี้” องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์กาลาปากอส (GCT) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.)

“ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยมาอย่างยาวนานนี้มอบความหวัง ไม่ใช่แค่เพียงอนาคตของเกาะโฟลรีอานาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูเกาะต่าง ๆ ทั่วโลกในอนาคตด้วย” แถลงการณ์ระบุเสริม

ภาพจาก AFP PHOTO / ECUADOR'S MINISTRY OF ENVIRONMENT
ภาพจาก AFP PHOTO / ECUADOR’S MINISTRY OF ENVIRONMENT

ดร. เจน โจนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GCT บรรยายถึงช่วงเวลานี้ว่า เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวว่านี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จจากความร่วมมือตลอดสองทศวรรษระหว่างนักวิทยาศาสตร์ องค์กรการกุศล และชุมชนในท้องถิ่น

โครงการอนุรักษ์นี้เริ่มมีความเป็นไปได้หลังจากนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเต่าที่มีเชื้อสายของสายพันธุ์โฟลรีอานาบริเวณภูเขาไฟวูล์ฟบนเกาะอิซาเบลาในปี 2551 จากนั้นจึงคัดเลือกเต่าลูกผสมจำนวน 23 ตัวที่มีความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมใกล้เคียงกับสายพันธุ์ย่อยที่สูญพันธุ์ไปแล้วมากที่สุด และเริ่มการเพาะพันธุ์พวกมันในพื้นที่ควบคุมบนเกาะซานตาครูซ

จนถึงปี 2568 มีลูกเต่าฟักออกมามากกว่า 600 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้มีหลายร้อยตัวที่เติบโตพอจะเอาชีวิตรอดในป่าได้แล้ว

ทาง GCT นิยามเต่ายักษ์เหล่านี้ว่าเป็น “วิศวกรแห่งระบบนิเวศ” และกล่าวว่าพวกมันมี “บทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม” เนื่องจากพฤติกรรมและการทำกิจกรรมของพวกมันมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment