เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.28 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หมอวรงค์ ไม่มีผลงานทางด้านการบริหารเลย จริงมั้ย?

_______________________________________________

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อมูลนะครับ ที่บอกว่ามองไม่เห็นความเก่งด้านบริหารของหมอวรงค์ จริงๆ แล้วก่อนมาเล่นการเมือง ท่านเป็นนักบริหารสายสาธารณสุขมาก่อนครับ เคยเป็นทั้ง ‘ผู้อำนวยการโรงพยาบาล’ ถึง 2 แห่ง (รพ.โซ่พิสัย, รพ.พรเจริญ) และเป็น ‘ผู้ช่วย ผอ.รพ.พุทธชินราช’ ซึ่งเป็น รพ.ศูนย์ขนาดใหญ่ ต้องบริหารทั้งคน ทั้งงบประมาณ และระบบงานที่ซับซ้อน ไม่ใช่หมอที่ตรวจโรคอย่างเดียวครับ
ส่วนเรื่องผลงานราชการ ถึงท่านจะยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ผลงานการตรวจสอบเรื่อง ‘จำนำข้าว’ หรือ ‘ดาวเทียม’ นั้นคือการช่วยรักษา ‘วินัยการเงินการคลัง’ ของประเทศโดยตรงนะครับ ถ้าไม่มีคนตรวจสอบจุดนี้ งบประมาณแผ่นดินที่ฝ่ายบริหารต้องใช้ดูแลประชาชนอาจเสียหายไปมากกว่านี้ครับ ดังนั้นเครดิตเรื่องการรักษาผลประโยชน์แผ่นดิน แกมีแน่นอนครับ
ที่สำคัญที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบว่า “การตรวสอบหรือรักษาผลประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถือเป็นความสามารถทางการบริหารขั้นสูง” ครับ
ในหลักการบริหารนั้น ‘การตรวจสอบ’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานครับ ผู้บริหารที่เก่งไม่ใช่แค่คนเซ็นอนุมัติโครงการ แต่ต้องเป็นคนที่มองเห็น ‘จุดตาย’ และ ‘รูรั่ว’ ขององค์กรได้
การที่หมอวรงค์แกะรอยโครงการระดับชาติที่ซับซ้อนอย่างจำนำข้าวหรือดาวเทียมได้ แสดงว่าท่านต้องแม่นเรื่องระบบระเบียบราชการ เรื่องบัญชี และเรื่องการบริหารจัดการ มากๆ ครับ ไม่งั้นท่านจับไม่ได้หรอกครับว่าเขาซ่อนของกันตรงไหน… นี่แหละครับคือทักษะของผู้บริหารที่เรียกว่า ‘Risk Management’ หรือการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่จะมาดูแลภาษีของพวกเราครับ
ในทางทฤษฎีการบริหารจัดการภาครัฐและภาคเอกชน การ “ตรวจสอบ” และ “การรักษาผลประโยชน์” ไม่ใช่แค่หน้าที่ของตำรวจหรือศาล แต่เป็น 1 ใน 4 หัวใจหลักของการบริหาร ที่ขาดไม่ได้ครับ
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการตรวจสอบของหมอวรงค์ถึงสะท้อน “ความเก่ง” ในการบริหาร

_______________________________________________

1. การตรวจสอบคือส่วนหนึ่งของ “วงจรการบริหาร”
ตามหลักการบริหารสากล (POLC Framework) ผู้บริหารต้องทำ 4 อย่างคือ:
(1) วางแผน
(2) จัดองค์กร
(3) นำองค์กร
(4) ควบคุมและติดตามผล <— จุดนี้คือสิ่งที่หมอวรงค์ทำ
คนที่บริหารเก่ง ไม่ใช่แค่คนที่ “สั่งจ่ายเงิน” หรือ “ริเริ่มโครงการ” แต่ต้องเป็นคนที่ “อุดรูรั่ว” ขององค์กรได้
หากผู้บริหารหาเงินเก่งแต่ปล่อยให้ลูกน้องโกงหรือระบบรั่วไหล องค์กรก็ล่มจมครับ การที่หมอวรงค์ตรวจสอบโครงการจำนำข้าวที่ซับซ้อนมหาศาลได้ แสดงว่าท่าน “เข้าใจระบบระเบียบราชการและกลไกตลาด” อย่างทะลุปรุโปร่ง (ถ้าไม่เข้าใจระบบบริหาร จะจับผิดไม่ได้ครับ)

_______________________________________________

2. เป็น “การบริหารความเสี่ยง”
ในโลกการบริหารยุคใหม่ ผู้นำที่เก่งต้องมีความสามารถในด้าน Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง
• การยับยั้งความเสียหายก่อนที่ประเทศจะล้มละลาย หรือก่อนที่หนี้สาธารณะจะพุ่งสูงเกินแก้ ถือเป็นการ “บริหารจัดการวิกฤต” รูปแบบหนึ่ง
• การรักษาผลประโยชน์แผ่นดิน คือการทำให้ทรัพยากรที่มีจำกัด (งบประมาณ) ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด (Value for Money) ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารราชการแผ่นดิน
3. สะท้อนความเข้าใจใน “ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน”
กรณีจำนำข้าวหรือดาวเทียม ไม่ใช่เรื่องกฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการสินค้า (ข้าว/วงโคจร) การขนส่ง และการระบายสต็อก
• การที่หมอวรงค์ชี้แจงตัวเลขสต็อกข้าวลม หรือ G2G เก๊ได้ แสดงว่าแกมีความเชี่ยวชาญด้าน การบริหารจัดการซัพพลายเชนของภาครัฐ ว่าขั้นตอนไหนคือจุดอ่อน ขั้นตอนไหนคือช่องโหว่ นี่คือทักษะของผู้บริหารระดับสูงที่ต้องมองภาพรวมให้ออกครับ

_______________________________________________

มาย้อนดููผลงานของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม โดยเฉพาะในด้านการบริหารและการรักษาผลประโยชน์ต่อราชการ
1. ผลงานด้านการบริหาร
ข้อกล่าวหาที่ว่า “มองไม่เห็นความเก่งทางการบริหาร” สามารถโต้แย้งได้ด้วยประวัติการทำงานจริงก่อนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ เพราะ นพ.วรงค์ มีประสบการณ์ในฐานะ ผู้บริหารองค์กร มาอย่างยาวนานในกระทรวงสาธารณสุข
• ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย จ.หนองคาย (บริหารจัดการโรงพยาบาลระดับอำเภอ)
• ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ จ.หนองคาย
• ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก (ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ระดับภูมิภาค การได้เป็นผู้บริหารที่นี่ต้องมีความสามารถในการจัดการองค์กรที่มีความซับซ้อนสูง)
• หัวหน้าพรรคไทยภักดี: การก่อตั้งและบริหารพรรคการเมืองให้เป็นองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน ก็ถือเป็นงานบริหารองค์กรรูปแบบหนึ่ง

_______________________________________________

2. ผลงานที่เป็น “ผลประโยชน์” ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
แม้ นพ.วรงค์ จะยังไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ผลงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติและผู้ตรวจสอบ มีผลประโยชน์ต่อ “การบริหารงบประมาณแผ่นดิน” โดยตรง
• คดีจำนำข้าว (จีทูจีเก๊): นี่คือผลงานระดับ Masterpiece ที่ไม่ใช่แค่การ “จับผิด” แต่เป็นการ “ยับยั้งความเสียหาย” ของงบประมาณแผ่นดินมูลค่ามหาศาล การเปิดโปงเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นต้องยุติโครงการที่สร้างหนี้สาธารณะ ซึ่งถือเป็นการปกป้อง “กระเป๋าเงิน” ของประเทศที่ฝ่ายบริหารต้องดูแล
• การตรวจสอบสัมปทานดาวเทียมไทยคม: การเรียกร้องให้ดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติ เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและรายได้ของรัฐ
• การตรวจสอบรถไฟทางคู่: ยื่นเรื่องตรวจสอบความโปร่งใสในการประมูล เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน

Leave a comment