
เริ่มแล้วเทศกาล ‘ชมพูพันธุ์ทิพย์’ บาน! ที่มก.กำแพงแสน ‘รุกขมรดกคู่แผ่นดิน’
วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ปรากฏการณ์ถนนสายสีชมพูของประเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดบ้านต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งปี ในพิธีเปิด “เทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ ประจำปี 2569” ณ ถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ ท่ามกลางความงดงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งเป็นอุโมงค์ดอกไม้ธรรมชาติระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน
ภายในงาน ผู้ร่วมงานยังได้รับฟังจุดเริ่มต้นของตำนานถนนสายนี้จาก นายมานิจ สุขีวงศ์ ผู้ปลูกและดูแลรักษาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ร่วมกับ ผศ.ธีรนาฎ กาลปักษ์ จากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน ที่มาให้ความรู้เชิงวิชาการและการจัดการต้นไม้เหล่านี้จนกลายเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”
ย้อนรอยตำนาน “จากสิงคโปร์สู่กำแพงแสน”
นายมานิจ สุขีวงศ์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2520 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสนคนแรก) มีนโยบายปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นแนวกันลมและสร้างความร่มรื่น โดยได้รับมอบเมล็ดพันธุ์จาก ศ.ระพี สาคริก อธิการบดีในขณะนั้น ซึ่งนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศสิงคโปร์ จนเติบโตเป็นอุโมงค์สีชมพูที่ขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน” เมื่อปี 2562
ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม เผยถึงเบื้องหลังประวัติศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ของการปลูกต้นไม้ในพื้นที่แห่งนี้ว่า การบานสะพรั่งของชมพูพันธุ์ทิพย์ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือวิสัยทัศน์ในการออกแบบนิเวศวิทยามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 ก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนด้วยซ้ำ ในเวลานั้นเราต้องการไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว มีทรงพุ่มที่สามารถทำหน้าที่เป็นแนวกันลม และสร้างร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิในพื้นที่ ซึ่งชมพูพันธุ์ทิพย์จากสิงคโปร์ตอบโจทย์ทั้งด้านความทนทานต่อสภาพอากาศและการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีจำกัด นี่คือบทเรียนสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องการส่งต่อถึงสังคมว่า การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์การใช้สอยและต้องสมดุลทางด้านนิเวศวิทยาเพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบการจัดการเมืองสีเขียวให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป
ปัจจุบัน มก.กำแพงแสน มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์รวมทั้งสิ้น 1,258 ต้น กระจายอยู่ตามแลนด์มาร์คสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ได้แก่ แลนด์มาร์คหลัก ถนนสายวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (ถนนสาย 1) จำนวน 580 ต้น , จุดชมวิวทางน้ำ สระพระพิรุณ 98 ต้น และถนนดินขอบบ่อ 6 อีก 236 ต้น , พื้นที่ผ่อนคลาย สวน 100 ปี (77 ต้น), พื้นที่หน้าสวนปรง (90 ต้น), บ่อ 6 (165 ต้น) และสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (12 ต้น)
นอกจากการชมดอกไม้ ที่ มก.กำแพงแสน ยังมีจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ อุโมงค์ยูคาลิปตัส เส้นทางสีเขียวขจีที่ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและมุมถ่ายภาพสุดชิค , ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์พรีเมียม สินค้าทางการเกษตร จาก THE PREMIUM @ KU KPS ที่สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัย
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสัมผัสความโรแมนติกของเทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 2 มีนาคม 2569 พร้อมขอความร่วมมือช่วยกันรักษาความสะอาดและไม่โน้มกิ่งถ่ายภาพหรือเด็ดดอกไม้ เพื่อส่งต่อความประทับใจนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไป






