เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

22 ก.พ. 2569 12:49 น.

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

ประธานสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า มีผู้ต้องขังทางการเมืองยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายฉบับใหม่แล้วมากกว่า 1,500 คน ขณะที่ทางการเริ่มดำเนินการปล่อยตัวตามกฎหมาย หลังผ่านสภาเมื่อไม่กี่วันก่อน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิมนุษยชนว่ายังมีความไม่ชัดเจนและจำกัดพื้นที่ของการอภัยโทษ

นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลา เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 ก.พ.) ว่า ขณะนี้มีนักโทษการเมืองจำนวน 1,557 ราย ได้ยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นายโรดริเกซระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการพิจารณาคำร้อง “โดยทันที” และตั้งเป้าว่ากฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมการปล่อยตัวนักโทษได้ถึง 11,000 คน ในท้ายที่สุด โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับการปล่อยตัวคือผู้ที่ถูกคุมขังใน “เอล เฮลิคอยด์” คุกอื้อฉาวในกรุงการากัส ซึ่งคาดว่าจะได้รับอิสรภาพภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ส่งกองกำลังบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาสหรัฐฯ ได้กดดันให้รัฐบาลรักษาการเร่งปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังมาอย่างยาวนานในสมัยของมาดูโร

แม้จะมีข่าวการปล่อยตัวนักโทษรวมถึงนายฮวน ปาโบล กวานิปา นักการเมืองฝ่ายค้านชื่อดัง แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการกลับตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้มี “เงื่อนไขแฝง” โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ ไม่ให้อภัยโทษแก่ผู้ที่เคยเรียกร้องให้ต่างชาติใช้กำลังทหารแทรกแซงเวเนซุเอลา

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า ข้อกำหนดดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่นางมารีอา กอรีนา มาชาโด เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีล่าสุดโดยเฉพาะ นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังดูเหมือนจะกีดกันกลุ่มนายทหารหลายสิบนายที่เคยพยายามก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลมาดูโรในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย

ปัจจุบัน นายมาดูโรและนางซีเลีย ฟลอเรส ภรรยา กำลังถูกคุมขังเพื่อรอการพิจารณาคดีในสหรัฐฯ โดยเขาถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธ แต่นายมาดูโรให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมระบุว่าตนเองมีสถานะเป็นเชลยศึก

สำหรับคุก เอล เฮลิคอยด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักกิจกรรมระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศไว้ว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกสั่งปิดถาวรหลังจากการจับกุมมาดูโรเสร็จสิ้นลง ขณะที่บรรดาญาติของผู้ต้องขังบางส่วนได้เริ่มประท้วงอดอาหารเพื่อกดดันให้มีการปล่อยตัวบุคคลอันเป็นที่รักโดยเร็วที่สุด.

ที่มา BBC

Leave a comment