จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

จุลพันธ์ ยันไม่มีนัดคุยจัดสรรเก้าอี้ ครม. ย้ำนโยบายเพื่อไทยกระจายอยู่ทุกกระทรวงพร้อมร่วมผลักดัน ปัดข่าว กธ. จับมือพท. ปชน. ตั้งรัฐบาลไฟจราจร ยันยืดหลักตามกลไกประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวการนัดหารือพรรคภูมิใจไทยเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม. ว่า ยืนยันว่าไม่มี และไม่ได้มีการนัดหมายกัน การเดินทางไปพบปะพูดคุยจากการนัดหมายมาก่อน ช่วงนั้นพอดีตนป่วย หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก ซึ่งได้มีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว ขณะนี้รอเรื่องการรับรองผลของทาง กกต. ให้เรียบร้อย รอจำนวนให้ชัดเจน หลังจากนั้นคงจะได้มีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่า หากทางแกนนำพรรครัฐบาลประสานมา ก็พร้อมที่จะพูดคุยพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการประสานมา

เมื่อถามเรื่องตำแหน่งกระทรวงต่าง ๆ ที่มีรายงานข่าวออกมาเบื้องต้น จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่สวว่า ข้อเท็จจริงเป็นการพูดคุยกันในเรื่องของสิ่งที่ผ่านมา และการทำงานต่อไปข้างหน้า แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียดในเรื่องของกระทรวงใด ๆ ที่เป็นข่าว เป็นเพียงข่าวตามหน้าสื่อ จากการพูดคุยเราไม่ได้มีการลงรายละเอียดเรื่องพวกนี้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐบาล 300 เสียง มองว่ามีเสถียรภาพเพื่อไทยมองอย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดวิเคราะห์ เพราะอย่างที่ได้ยืนยัน ขณะนี้เป็นเรื่องของพรรคที่ได้รับเสียงอันดับ 1 ในการไปรวบรวมเสียงเพื่อให้เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จากการพูดคุยในเบื้องต้น นาทีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเสียงเกินครึ่งแน่นอน ส่วนจะมีจำนวนเท่าใดที่จะเป็นจุดที่พรรคแกนนำจะรู้สึกว่ามีความเหมาะสม ก็เป็นสิทธิและอำนาจของพรรคภูมิใจไทยพิจารณา

เมื่อถามว่า เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ เพราะอยากสานงานต่อจากงานที่เคยทำ อยากสานต่องานกระทรวงใดที่ทำไว้ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของกระทรวง และคงไม่ใช้เวทีสื่อตรงนี้ไปสื่อสาร สำหรับพรรคเพื่อไทยเอง เรามีนโยบายของพรรคที่กระจายตัวอยู่ในทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงอยู่แล้ว ที่เป็นนโยบายเรือธง สามารถขับเคลื่อนให้เป็นประโยชน์ได้ ก็คงต้องมีการมาพูดคุยกันต่อ คงไม่จบเพียงแค่นี้ คงจะต้องมาคุยกันในเรื่องตัวนโยบายต่าง ๆ ของพรรคหลักก่อน และนโยบายของเพื่อไทยเองที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน และพอที่จะผลักดันร่วมกันได้ คงต้องคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมในวันสองวันนี้

เมื่อถามว่า มีข่าวการพูดเรื่องการตั้งรัฐบาล “ไฟจราจร” ที่พรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลเพื่อให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย อาจจะมีการคิดหรืออะไรแล้วแต่ สำหรับตัวพรรคเองไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้ พรรคยืนยันในหลักการ ขณะนี้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว และจากผลการเลือกตั้งก็ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องพรรคแกนหลักที่มีคะแนนเสียงมากกว่าพรรคอื่น ๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้ก็เป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคเพื่อไทยก็ต้องให้พรรคแกนหลักไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน เป็นกลไกตามหลักการประชาธิปไตยซึ่งเรายึดมั่นมาโดยตลอด ก็ต้องให้เวลา ขณะนี้ยังรอผลอยู่ ตนเชื่อว่าการประกาศผลของ กกต. ยังใช้เวลาอยู่

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้หยุดนิ่งในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้ง พรรคดำเนินการหลายอย่าง โดยเฉพาะในส่วนของคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบการเลือกตั้ง มีการส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 200 เรื่อง ดำเนินการส่งต่อไปยัง กกต. กว่า 100 เรื่อง เป็นสิ่งที่เราดำเนินการเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด อีกส่วนคือการเรียกร้องไปยัง กกต. ขณะนี้มีข้อสงสัยและข้อห่วงใยในหลายประเด็น เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะไปตอบคำถามของสังคมและของประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

อย่างการเลือกตั้งเมื่อวาน บัตรเลือกตั้งของวันที่ 8 กับเมื่อวานนี้ต่างกันในเรื่องของบาร์โค้ดและเลขบัตร ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทาง กกต. ต้องไปให้คำตอบสังคม การเปลี่ยนลักษณะของบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อการดำเนินการในครั้งก่อนหน้าว่ามีความถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจุดนี้พรรคไม่มีอำนาจไปชี้ชัดว่าถูกหรือไม่ หรือชอบหรือไม่อย่างไร แต่พรรคได้ส่งข้อสงสัยไปยัง กกต. ผ่านทั้งช่องทางที่เป็นทางการ และสื่อสารผ่านสื่อมวลชน เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด และถูกต้องที่สุด เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพราะประชาชนไปเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เราก็อยากเห็นประเทศเดินหน้าได้โดยไม่มีข้อท้วงติงใด ๆ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เพื่อไทยเองเคยติดตามเรื่องของบาร์โค้ด ซึ่งเห็นชัดเจนว่ารอบนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบบัตร จะมีการยื่นหน่วยงานเพื่อตรวจสอบหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุป ขออนุญาตไปหารือฝ่ายกฎหมายก่อน

ขณะที่บรรยากาศที่พรรคเพื้อไทย ในเวลา 13.42 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าที่ทำการพรรคแวะทักทายสื่อมวลชนที่รอทำข่าว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไร 

Leave a comment