ยกระดับการศึกษาไทย นฤมล ไฟเขียว หลักเกณฑ์เทียบระดับกรอบคุณวุฒิฯ

ยกระดับการศึกษาไทย นฤมล ไฟเขียว หลักเกณฑ์เทียบระดับกรอบคุณวุฒิฯ

ยกระดับการศึกษาไทย นฤมล ไฟเขียว หลักเกณฑ์เทียบระดับกรอบคุณวุฒิฯ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.22 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาวาระสำคัญในเรื่องของการให้ความเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความสอดคล้องของหลักสูตรและการเทียบระดับตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อกำหนดกรอบ แนวทาง และกระบวนการในการพิจารณารับรองและขึ้นทะเบียนหลักสูตร ที่สอดคล้องตามระดับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติที่เป็นมาตรฐาน และสามารถนำไปใช้ในการเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้และการสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต โดยมีมิติการพิจารณา 3 ด้าน ได้แก่ การออกแบบหลักสูตรและการกำหนดระดับ การวัดและประเมินผล และการประกันคุณภาพ  ทั้งยังได้พิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลทั่วไปของหน่วยงาน ชื่อหลักสูตร/รายวิชา ความเป็นมา/หลักการ (ถ้ามี) วัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ โครงสร้างหลักสูตร/รายวิชา ความสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ตามระดับ NQF ความสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ/มาตรฐานอื่น ๆ เป็นต้น 

นฤมล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับแนวทางการเทียบระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาจีน) ตามระดับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นแนวทางการเทียบเคียงระดับความสามารถทางภาษาทั้ง 4 ภาษา กับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พร้อมให้สภาการศึกษารับข้อสังเกตและข้อเสนอของคณะกรรมการ ไปปรับปรุงก่อนนำที่จะแจ้งเวียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนประกาศใช้ต่อไป 

พร้อมทั้งได้รับทราบถึงการคงอยู่ของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ซึ่งได้เห็นชอบให้คณะกรรมการต่าง ๆที่แต่งตั้งโดยมติ ครม.ชุดเดิมของ ศธ. จำนวน 15 คณะ คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ รองนายกรัฐมนตรี (ที่กำกับดูแลงานคุณวุฒิการศึกษาและมาตรฐานอาชีพ) เป็นประธานกรรมการ รมว.ศธ. เป็นรองประธานกรรมการฯ และมีกรรมการอีก 33 คน เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ส่งเสริมพัฒนามาตรฐานอาชีพ ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ และพัฒนาระบบการสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนและกำลังคน พัฒนาระบบฐานข้อมูล ตลอดจนผลักดันการเชื่อมโยงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนและสากล 

นฤมล

ในส่วนของการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ของภาคการศึกษา ให้ยึดโยงกับมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ตลาดแรงงานยอมรับ และสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่คนที่อยู่ทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษาได้เทียบโอนประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงรองรับการดำเนินงานตามแนวทางของการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (ASEAN Qualifications Reference Framework: AQRF) ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตและพัฒนากาลังคนของประเทศให้มีสมรรถนะ (Competency) ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและสากล โดยที่ผ่านมาได้มีการดาเนินงาน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 เช่น การกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ แต่ยังคงพบว่า ไม่มีกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในการดำเนินงาน ส่วนการเร่งรัดส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานอาชีพที่สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศึกษา พบว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบงานมาตรฐานอาชีพมีการทบทวนและพัฒนามาตรฐานให้มีความเป็นสากลและเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีการพัฒนามาตรฐานอาชีพให้เป็นปัจจุบันและครอบคลุมสาขาอาชีพที่มีจัดการศึกษาในประเทศต่อไป 

 “ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนงานภายใต้คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ได้แก่ การพัฒนาแนวทางการยกระดับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) ในฐานะกรอบคุณวุฒิระดับภูมิภาคตามที่ประเทศสมาชิกได้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม ในประเด็นสำคัญ คือ การรับรองคุณวุฒิดิจิทัล การส่งเสริมหลักการประกันคุณภาพ การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนกับภูมิภาค/ประเทศที่สาม การดาเนินงานขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนตามเกณฑ์ที่ 11 โดยประเทศไทย ได้นำเสนอแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนเกณฑ์ที่ 11 ในการระบุระดับ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติ การดำเนินงาน/กิจกรรมที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนเกณฑ์ที่ 11 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นี้ พร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการ AQRF ครั้งที่ 17 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร เช่นกัน โดยสภาการศึกษาจะได้ประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมฯ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

นฤมล
นฤมล
นฤมล

Leave a comment