ไม่ได้โดนหลอกใช้! ‘หยก’ ร่ายยาว โต้นักเขียนดัง

ไม่ได้โดนหลอกใช้! 'หยก' ร่ายยาว โต้นักเขียนดัง

ไม่ได้โดนหลอกใช้! ‘หยก’ ร่ายยาว โต้นักเขียนดัง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.10 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณี นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความ ถึงกรณี หยก นั้น

ล่าสุด หยก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yok Phalanchai พร้อม แท็กชื่อเฟซบุ๊ก Padipon Apinyanku นายปฏิพล อภิญญาณกุล ว่า หากมองไม่เห็นว่าบิดเบือนตรงไหนก็ขอแจงที่บิดเบือนทั้งหมดโดยคร่าวๆ 12 ประการ

ประการที่ 1: เกือบชิบหายเพราะกลุ่มส้ม และหลุดพ้นมาด้วยตนเอง

ตอบ : ไม่ได้หลุดพ้นและไม่ได้รู้สึกเกือบชิบหายเพราะไม่ได้ติดบ่วงติดกลหรือโดนหลอกใช้ใดๆทั้งสิ้น

ประการที่ 2: หลังจากชีวิตการเรียนที่ผ่านมาในระดับมัธยมปลาย เคยมีปัญหากับอุดมการณ์สามนิ้ว

อุดมการณ์ที่เธอหลงเชื่อคำยุยง ปลุกปั่น . เธอเกือบถูกใช้เป็นอาวุธ เพื่อห้ำหั่นสังคมไทย โดยมีผู้ใหญ่ในชุดสีส้มอยู่เบื้องหลัง

ตอบ : ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังทุกอย่างที่หยกทำเป็นความคิดความตั้งใจเจตนารมย์ของหยกเอง

ประการที่ 3  : ตอนนั้นอายุเธอยังน้อย เธอเคยเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่งตัวเรียบร้อย พอมาเข้าแก็งทะลุวัง . มีร้อยก็เรียบทั้งร้อย จากเด็กดีก็มาเป็นเด็กเอาแต่ใจ

ตอบ : เรียนปานกลางมาตลอด สู้ถกเถียงเรื่องเล็กๆน้อยกับอาจารย์มาตลอดตั้งแต่รองเท้าผ้าใบสีดำใส่ไปโรงเรียนแทนรองเท้านักเรียน หรือ ห้องเรียนบังคับให้ซื้อดอกมะลิวันแม่ เอาแต่ใจตั้งแต่เด็กอยู่แล้วแต่เพราะความเอาแต่ใจนี่ละจึงไม่ถูกใครชักจูงเพราะทำตามหัวใจตัวเองไม่ได้ทำตามใคร ไม่เคยเคลื่อนไหวในนามทะลุวังเคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ก่อนจะผันมาเป็นนักกิจกรรมอิสระในตอนนั้น

ประการที่ 4 : เวลานั้นหยก เพิ่งอายุ 14 ปีนิด ๆ  ติดร่างแหในการหมิ่นประมาท ต้องคดี ม. 112 . อันมาจากการโยนข้อมูลหลอกลวงของคนกลุ่มหนึ่ง

ตอบ : หยกเป็นคนชอบศึกษาประวัติศาสตร์ชอบคิดวิเคราะห์โดยนิสัยเป็นพื้นฐาน ไม่มีใครชักจูงหยก หากมีคนชักจูง คงร้องขอให้ประกันตัวตั้งนานแล้วไม่ทนติดโควิดไม่ได้การรักษา ไม่ทนผิวพัง ไม่ทนถูกจำกัดอิสระภาพ ที่ผ่านมาหยกสู้ด้วยอุดมการณ์แล้วสู้ด้วยตัวเองมาตลอดแต่ขอบคุณเพื่อนร่วมทางและพี่น้องประชาชนที่คอยซัพพอรต์กำลังใจและอาหารในยามที่หยกลำบาก

ประการที่ 5 : ครั้นออกมาจากบ้านปราณี เธอสอบเข้า ม.4 สายศิลป์จีน ได้ลำดับที่ 1 ของโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ .. 
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พื้นฐานเธอตั้งแต่ประถม จนถึง ม.3 เธอเรียนเก่ง  แต่เธอหลงทาง 

ตอบ : สอบและผลสอบของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการประกาศก่อนเข้าบ้านปราณี สอบได้ที่ 8 เคยพูดในรายการDaily Topic แล้ว
เรียนพอใช้ และ ไม่เคยหลงทาง พื้นฐานดี ตอนอนุบาล 2เรียน International School อนุบาล 3จนจบประถมศึกษาเรียน English Program 

ประการที่ 6 : มีเสียงชื่นชมจากกลุ่มแก็งสีส้มเคลือบคาราเมล ทำให้เธอเข้าใจผิดว่า การทำเช่นนั้นของเธอ จะทำให้กลายเป็นวีรสตรี

เธอต่อต้านสังคม ย้อมผมสีชมพู เรียกร้องให้แต่งตัวไปรเวทไปเรียนได้ – หยกไม่ยอมปฏิบัติตามกฎระเบียบใด ๆ ทั้งการมอบตัวและอื่น ๆ

หยกไม่รู้ว่า เธอกำลังกลายเป็นกลุ่มเรดการ์ด แบบเยาวชนจีน . ที่ถูกยืมมือออกมาอาละวาด จนแผ่นดินวุ่นวายไปทั่ว . 

เรดการ์ด จบลงด้วยติดคุก และถูกสาปแช่ง

ทุกคนในแก็งสีส้ม ต่างพากันบอกว่า การแสดงออกของหยกคือ สิทธิของเธอ

เธอปีนรั้วโรงเรียน ขวางรถบัสที่จะไปทัศนศึกษาของเพื่อนร่วมชั้น

เธอรักษาสิทธิของเธอ – แต่เธอ “ละเลย” ที่จะเคารพสิทธิคนอื่น

ตอบ : ปฎิบัติตามการมอบตัวค่ะ ไปมอบตัววันศุกร์ที่19 พอดี หลังออกสถานพินิจ 1วัน ไปมอบตัวที่โรงเรียนเลย แล้ววันโรงเรียนก็เอาตำรวจมาด้วยงงมาก ไม่เคยหลงระเริงกับคำชมและไม่ได้เสีย

ประสาทกับคำด่า ฝั่งส้มก็ด่าและวิจารณ์หยกเช่นกัน ไม่เคยคิดอยากเป็นวีรสตรีอยากเด่นอยากดัง ก่อนติดคุกพูดด้วยซ้ำค่ะ ว่าไม่ต้องจำหยกหรอก จำสิ่งหลักการและเหตุผลก็พอ 
ถ้าหากไม่เคารพสิทธิผู้อื่นคงไลฟ์สดแล้วติดหน้าเพื่อนไปแล้ว ในชั้นเรียน อาจารย์เคยวัดกระแสเพื่อนอยากใส่ไปรเวทไหม ปรากฎว่ายกมือกันเยอะมาก

ประการที่ 7 : และแล้ว . สิ่งที่หยกทำมาทั้งหมด ก็จบลง จากการตัดสินใจของตนเอง

ในวันที่ 25 มีนาคม 2567 หยกโพสต์เฟซบุ๊กว่า

“ยุติการเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองแล้วค่า อยู่กับที่บ้านเรียบร้อย สนับสนุนวงการดนตรีและกศน.”

(กศน. คือการศึกษานอกโรงเรียน)

หยก เลิกออกมาประท้วงหรือแสดงออกใด ๆ และเข้าศึกษาในระบบ “การศึกษานอกโรงเรียน” จนจบระดับเทียบมัธยมปลาย

ตอบ : มันไม่จบเพราะสิ่งที่หยกทำ มันได้เกิดขึ้นแล้ว ที่ผ่านมาก็ตัดสินใจด้วยตัวเองตลอด 

ใช้คำว่ายุติการเป็นนักกิจกรรม

 หมายถึงการจบลงทั้งชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ 

ที่ผ่านมาหยกได้แสดงออกแสดงความคิดผ่านเฟสบุ๊ค(เก่า)ไอจีตัวเองตลอด ใดๆยุติเพราะว่าเบื่อที่คนจดจำแต่ภาพเดิมๆวุ่นวายชีวิตส่วนตัวจนเกินไป

ประการที่ 8 : หยก เป็นตัวอย่างของคนหลงผิด และคนรู้จักกลับตัว .. ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้

ตอบ : หยก ไม่เคยหลงผิด ไม่เคยติดบ่วงไม่เคยกลับตัว

ประการที่ 9: ไม่มีใครมาช่วยหยกได้เลย ในยามที่หยกมีปัญหา , ไม่มีใครจ้างงานหยกแน่ ถ้าหยกไม่จบการศึกษาในระดับที่ดี

ตอบ : ช่วยตัวเองค่ะ ถ้าจนปัญญาก็ขอความช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหาย ไม่ได้แคร์เรื่องงานค่ะ มีไอเดียเต็มหัว ยังไงสุดท้ายหยกก็เป็นลูกเป็นหลานคนเดียว ที่บ้านส่งคาดหวังให้มีความสุขกับ

ตัวเองไม่ได้ส่งเสียเพื่อให้เป็นเสาหลักของบ้าน

ประการที่ 10 : หยกคงเห็นแล้วว่า ..

ไม่มีลูกหรือเมียของพวกผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังม็อบต่าง ๆ  ออกมาเคลื่อนไหว ชูนิ้ว ด่าสถาบัน ให้ถูกจับดำเนินคดี

พวกเขาคงเปิดไวน์คุยกันกับลูกเมียว่า “มีแต่คนฉลาดเท่านั้น ถึงหลอกใช้ให้คนอื่นไปติดคุกแทน”

ลูก ๆ ของพวกผู้ใหญ่เหล่านั้น คงมองดูกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ด้วยความตลกและสมเพช . 

พวกนั้นอยู่ในคุก  ลูก ๆ ฉันเดินเล่นอยู่ต่างประเทศ

ตอบ : ไม่ได้สนใจใครอื่นเพราะสู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอดมีจุดยืนมีแนวคิดเป็นของตัวเอง 

ไม่มีใครเป็นเบื้องหลังใดๆทั้งสิ้น

หากอยากไปต่างประเทศก็แค่ซื้อตั๋วไปเที่ยวจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นทำไมกัน

ประการที่ 11 : หยก หลุดพ้นได้ ด้วยสำนึกในอนาคตของหยกเอง 

ตอบ : ไม่เคยหลุดพ้นเพราะไม่เคยติดบ่วงใดๆ ไม่เคยสำนึก เพราะรู้จักตัวเองว่าทำไปเพราะอะไร ในขณะนั้นมี emotions แบบนั้นเพราะอะไร มีอะไรต้องปรับแก้พัฒนาจริงๆไหม

ประการที่ 12 : ขอให้อนาคตหนูหยก จงก้าวด้วยขาที่แข็งแรง ใช้ความผิดพลาดในอดีต ไตร่ตรองตน . อย่าเป็นเหยื่อของใครได้อีก

หยก จะเป็นหยกได้ ต้องรู้จักเจียระไน จึงจะมีค่า

อย่าเป็นดินเหนียวไร้ค่า ให้ผู้อื่นเอามาปั้นเล่น

ขอให้โชคดี ในเส้นทางอนาคตนะครับ

ตอบ : ที่ผ่านมาก้าวด้วยขาที่แข็งแรง ด้วยใจและสมองของตัวเองมาโดยตลอด

ในภาพรวมไม่เคยรู้สึกว่าที่ทำเกี่ยวกับการเมืองมาผิดพลาดใดๆเลย หรือถ้าพลาดในบ้างเรื่องก็แค่ปรับปรุง

ไม่เคยเป็นเหยื่อของใครยืนยันมาโดยตลอด

หยกน่ะมันมีค่าในตัวเองอยู่แล้ว คนเอามาปรุงแต่งเองแล้วหากเจียระไนพลาดมันก็จะหมดคุณค่าทันที แต่ลองก็ไม่เสียหาย แต่ใดๆหยกก็คือหยกมันมีคุณค่าในตัวมันเอง  

เวลาใครบอกตัวหยกไม่มีค่า หยกก็มองดูรอยสักที่ตัวก่อน แต่ละลายมีค่าทั้งนั้น55555

ดินเหนียวเองก็มีคุณค่าในแบบของมัน การปั่นเล่นก็เสริมสร้างกล้ามเนื้อทักษะจินตนาการ แต่เข้าใจที่สื่อความหมายให้คนปั้นเล่น แต่ใดๆสิ่งที่ผู้เขียนทำก็พยายามนำเรื่องหยกไปปั้นปรุงแต่งเอง

โดยใช้ความคิดตนเป็นหลักและชักจูงให้ผู้อ่านเห็นว่า พลาด ผิด 

โชคก็เหมือนความสุขเราสามารถสร้างมันได้ด้วยตัวเอง ชีวิตมนุษย์ล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์แต่ความสุขเราสร้างขึ้นเองได้

เช่นเรามีเพื่อนน้อยแต่เป็นเพื่อนที่ดีเราก็สามารถคิดได้ว่า โชคดีจังที่เรานั้นมรกัลยามิตรที่ดี ถึงจะมีจำนวนไม่มากแต่คุณภาพนั้นย่อมสำคัญกว่าจำนวน

Leave a comment