3 ร่างใน 1 คน เอ็ดดี้ ถอดรหัส หมอวรงค์ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้ ‘ผู้ภักดี-นักตรวจสอบ’

3 ร่างใน 1 คน เอ็ดดี้ ถอดรหัส หมอวรงค์ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้ 'ผู้ภักดี-นักตรวจสอบ'

3 ร่างใน 1 คน เอ็ดดี้ ถอดรหัส หมอวรงค์ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้ ‘ผู้ภักดี-นักตรวจสอบ’

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 3 ร่างใน 1 คน ถอดรหัส ‘หมอวรงค์’ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้” “สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 6“ #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

หากเปรียบเทียบ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับตัวละครใน สามก๊ก ในบริบทของ “ผู้ภักดี”, “นักตรวจสอบ” และ “ผู้มีความสามารถด้านการบริหารจัดการหลังบ้าน”
ตัวละครที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “ซุนฮก”

เหตุผลที่เปรียบเป็น ซุนฮก เพราะมีจุดร่วมที่สำคัญ 3 ข้อ 

1. ยึดมั่นใน “ความจงรักภักดีต่อสถาบัน” เหนือสิ่งอื่นใด ซุนฮก ได้รับฉายาว่า “ผู้มีหัวใจให้ราชวงศ์ฮั่น” แม้เขาจะทำงานให้โจโฉ และช่วยโจโฉสร้างบารมี แต่เป้าหมายสูงสุดของซุนฮกไม่ใช่เพื่อตัวโจโฉ แต่เพื่อให้โจโฉเป็นเกราะป้องกันและค้ำจุนราชบัลลังก์ฮั่น (สถาบันหลักของแผ่นดิน) ให้คงอยู่ต่อไป

หมอวรงค์ ชัดเจนที่สุดในจุดยืนเรื่องการปกป้องสถาบันฯ ผ่านพรรคไทยภักดี การเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขามีแกนกลางอยู่ที่การรักษาความมั่นคงของสถาบันหลัก ไม่ต่างจากปณิธานของซุนฮก
2. ผลงานด้าน “ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจ” ซุนฮก เป็นผู้เสนอและบริหารนโยบาย “ทุนเถียน” หรือการให้ทหารทำนาในยามสงบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเสบียงอาหาร ทำให้ก๊กของโจโฉมีความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจและเสบียงเหนือกว่าก๊กอื่น

หมอวรงค์ เชี่ยวชาญเรื่อง “ระบบจำนำข้าว” ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของชาติเช่นกัน การที่หมอวรงค์เจาะลึกเรื่องการทุจริตข้าวหรือการบริหารจัดการพืชผลทางการเกษตร สะท้อนความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจฐานรากเหมือนที่ซุนฮกดูแลเสบียงให้กองทัพ

3. บทบาท “กุนซือฝ่ายบริหารและตรวจสอบ” ซุนฮก ไม่ใช่นักรบที่ถือดาบไล่ฟันศัตรู (ฝ่ายบู๊) แต่เป็น “นักบริหาร” (ฝ่ายบุ๋น) ที่คอยดูแลกิจการภายใน คัดกรองคน และวางระบบระเบียบเมืองหลวงให้เรียบร้อย เพื่อให้แม่ทัพออกไปรบได้อย่างสบายใจ
หมอวรงค์ ทำหน้าที่คล้ายกันคือ การตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เป็นการต่อสู้ด้วย “ข้อมูลและข้อกฎหมาย” ไม่ใช่การใช้กำลัง

นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนเหมือนกับ “หมันทอง” หากมองในมุมของความ “ดุดันและยึดถือกฎหมาย” หมอวรงค์ยังมีส่วนคล้าย หมันทอง ด้วย หมันทอง คือขุนนางที่ขึ้นชื่อเรื่องความตงฉิน ยึดถือกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครทำผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ว่าไปตามผิด จุดนี้เปรียบได้กับการตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆ ของหมอวรงค์ ที่กัดไม่ปล่อยและใช้ข้อกฎหมายเป็นเครื่องมือหลัก

รวมทั้งยังมีบางส่วนเหมือนกับ “สุมาอี้” สุมาอี้ไม่ได้รบเก่งเหมือนจิวยี่ แต่ชนะขงเบ้งได้เพราะ “เข้าใจระบบบริหารจัดการกองทัพ” เขารู้ว่าขงเบ้งมีจุดอ่อนเรื่อง “เสบียง” (เปรียบได้กับงบประมาณ)
เหมือนหมอวรงค์ ที่ล้มโครงการจำนำข้าวได้ ไม่ใช่เพราะไปยืนด่าทอ แต่เพราะ “รู้ทันกลโกงทางบัญชี” และ “เข้าใจระบบระเบียบราชการ” (G2G เก๊) จนจับได้คาหนังคาเขา นี่คือวิสัยทัศน์ของนักบริหารที่มองเห็น “รูรั่ว” ขององค์กรสุมาอี้บริหารราชการวุยก๊กโดยเน้นความมั่นคง ไม่ทำอะไรเกินตัว จนรากฐานปึกแผ่นเหมือนหมอวรงค์ ที่คอยเบรกนโยบายประชานิยมที่ “เสี่ยง” จะทำให้ประเทศล้มละลาย การยับยั้งความเสียหายคืองานถนัดของเขา

คุณหมอวรงค์ คือกุนซือสายบริหารที่ยึดมั่นใน ‘ความจงรักภักดีต่อสถาบัน’ เป็นหัวใจสำคัญ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการเสบียง (เศรษฐกิจ/เกษตรกรรม)

Leave a comment