ส่องสถิติ ครบรอบ 4 ปี รัสเซียยกทัพบุกยูเครน

ส่องสถิติ ครบรอบ 4 ปี รัสเซียยกทัพบุกยูเครน

24 ก.พ. 2569 05:51 น.

ส่องสถิติ ครบรอบ 4 ปี รัสเซียยกทัพบุกยูเครน

การรุกรานยูเครนโดยรัสเซียเมื่อ 4 ปีก่อน ได้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแก่พลเรือน และเป็นบททดสอบอันโหดร้ายของเหล่าทหารหาญ พร้อมทั้งสั่นคลอนระเบียบความมั่นคงของโลกในยุคหลังสงครามเย็น

การสู้รบก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในวันอังคารที่ 24 ก.พ. 2569 และยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะยุติลงในเร็ววัน

สหรัฐอเมริกาได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างคณะตัวแทนจากมอสโกและเคียฟ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันสันติภาพของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการประสานความแตกต่างในประเด็นสำคัญ เช่น อนาคตของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง และความมั่นคงหลังสงครามของยูเครน ยังคงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

ทหารของทั้งสองประเทศจำนวนหลายพันหลายหมื่นนายได้พลีชีพในสนามรบ ขณะที่พลเรือนชาวยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงจากรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับและน้ำประปาไม่ไหลต่อเนื่องมานานหลายปี ส่วนฝ่ายยูเครนก็หันมาใช้โดรนเพื่อโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นกัน

ต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปของความขัดแย้งผ่านตัวเลขต่าง ๆ นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565

คาดทหารเจ็บ-ตายนับล้านนาย

ตามรายงานของศูนย์ยุทธศาสตร์และนโยบายระหว่างประเทศ (CSIS) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์สูงสุดของจำนวนทหารทั้งฝ่ายยูเครนและฝ่ายรัสเซียที่เสียชีวิต, ได้รับบาดเจ็บ หรือสูญหาย อยู่ที่ 1.8 ล้านนาย

รายงานประเมินว่า รัสเซียมีทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 1.2 ล้านนาย ซึ่งรวมถึงทหารที่เสียชีวิตสูงถึง 325,000 นาย ในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงธันวาคม 2568 ซึ่งนี่ถือเป็นจำนวนการเสียชีวิตของทหารที่สูงที่สุดสำหรับประเทศมหาอำนาจในความขัดแย้งใดๆ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ รัสเซียไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตในสนามรบอีกเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ซึ่งตอนนั้นมอสโกระบุว่า มีทหารเสียชีวิตกว่า 80 นายจากการโจมตีของยูเครน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตทางทหารทั้งหมดที่มอสโกยืนยันอย่างเป็นทางการอยู่ที่เพียงประมาณ 6,000 นายเท่านั้น

ขณะเดียวกัน CSIS ประเมินว่า ยูเครนมีทหารบาดเจ็บล้มตายที่ 500,000 ถึง 600,000 นาย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงผู้เสียชีวิตสูงถึง 140,000 นาย

แต่ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนออกมากล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้แล้ว 55,000 นาย และว่ายังมีผู้ที่สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

พลเรือนเสียชีวิตนับหมื่น

คณะผู้สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกเต็มรูปแบบ มีพลเรือนในยูเครนที่เสียชีวิตจากการโจมตีแล้วอย่างน้อย 14,999 ศพ อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานระบุว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก นอกจากนี้ รายงานฉบับเดือนธันวาคมยังระบุว่ามีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 40,600 รายในช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อมูลจากสหประชาชาติชี้ว่า สงครามครั้งนี้ทำให้มีเด็กเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 763 ราย

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดสำหรับพลเรือนในยูเครนนับตั้งแต่ปี 2565 โดยในปี 2568 สงครามได้คร่าชีวิตพลเรือนไปถึง 2,514 ศพ และบาดเจ็บอีก 12,142 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนความสูญเสียของพลเรือนที่เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับปี 2567

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน
โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน

ดินแดนถูกยึดครองเกือบ 20%

ตามข้อมูลจากสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ปัจจุบัน รัสเซียครอบครองดินแดนของยูเครนอยู่ประมาณ 19.4% จากทั้งหมด

ISW ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตันระบุในบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดครองดินแดนยูเครนเพิ่มขึ้นเพียง 0.79% ท่ามกลางการต่อสู้ที่กลายเป็น “สงครามพร่ากำลัง” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำลายทรัพยากร สะท้อนให้เห็นว่ามอสโกมีความคืบหน้าเพียงน้อยนิด แม้จะสูญเสียทั้งกำลังพลและยานเกราะไปอย่างมหาศาลก็ตาม

ก่อนที่รัสเซียจะเริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ รัสเซียเคยควบคุมพื้นที่ของยูเครนอยู่เกือบ 7% ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรไครเมีย กับพื้นที่บางส่วนของแคว้นโดเนตสก์กับลูฮานสก์ทางตะวันออก หลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักฝ่ายรัสเซียลุกฮือขึ้นต่อสู้กับกองทัพยูเครนในช่วงปี 2557

ความช่วยเหลือทางทหารลดลง

ตามข้อมูลจากสถาบันคีล (Kiel Institute) ของเยอรมนี ซึ่งทำหน้าที่ติดตามความช่วยเหลือที่ส่งไปยังยูเครน ระบุว่า ความช่วยเหลือทางทหารจากต่างประเทศที่ส่งไปให้ยูเครนในปี 2568 ลดลง 13% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงระหว่างปี 2565 ถึงปี 2567

หลังจากรับตำแหน่งเมื่อ 1 ปีก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็สั่งระงับการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัฐบาลอเมริกาเป็นผู้จ่ายเงินซื้อให้แก่ยูเครน ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปพยายามอย่างหนักที่จะเติมเต็มส่วนต่างดังกล่าว โดยได้เพิ่มความช่วยเหลือทางทหารขึ้นถึง 67% ในปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงปี 2565-2567

แต่ถึงอย่างนั้น ความช่วยเหลือทางทหารโดยรวมที่ส่งให้ยูเครนก็ยังลดลง นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการเงินจากต่างประเทศที่ส่งให้ยูเครน ก็ปรับตัวลดลง 5% ในปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงสามปีก่อนหน้านั้น

ผู้ลี้ภัยเฉียด 6 ล้านคน

ข้อมูลจากสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ในยูเครนประจำเดือนนี้ระบุว่า จำนวนชาวยูเครนที่ลี้ภัยสงครามไปต่างประเทศในตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 5.9 ล้านคน โดยในจำนวนดังกล่าวมีประมาณ 5.3 ล้านคนที่ลี้ภัยอยู่ในทวีปยุโรป

นอกจากนี้ UN ยังระบุเมื่อเดือนธันวาคมว่า มีชาวยูเครนอีกราว 3.7 ล้านคนที่ถูกบีบให้ต้องทิ้งบ้านเรือนและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นอยู่ภายในประเทศ โดยย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า

ทั้งนี้ ก่อนเกิดสงคราม ยูเครนมีประชากรทั้งหมดมากกว่า 40 ล้านคน

สถานพยาบาลถูกโจมตีหลายพันครั้ง

ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มขึ้นจนถึง 11 ก.พ.ที่ผ่านมา รัสเซียมีการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์ในยูเครนแล้ว 2,851 ครั้ง

การโจมตีเหล่านี้ประกอบด้วยการโจมตีสถานพยาบาล 2,347 ครั้ง รวมถึงการโจมตีที่สร้างความเสียหายต่อยานพาหนะและการจัดเก็บเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

Leave a comment