
เลขาฯกฤษฎีกาย้อนถามใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูลบัตรเลือกตั้ง
วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.43 น.
เลขาฯกฤษฎีกา ย้อนถามลงคะแนน “ลับ” ปมบัตรเลือกตั้ง คนกาหรือคนแซะข้อมูลภายหลัง ใครผิด – พร้อมยกตัวอย่างความลับราชการมี 3 ระดับ – ยันมีคนรู้ ผู้รับ ผู้ส่งรู้เห็น ส่วนจะเป็นโมฆะหรือไม่ ย้อนสื่อก็เปิดเอกสารราชการบ่อยๆ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติ “ลับ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ควรตีความอย่างไรว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่าๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังนิดนึง
เมื่อถามว่า สมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบ จะยังเป็นความลับอยู่หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา ถามกลับว่า “ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา”
เมื่อถามว่า การตีความ “ลับ” ในแวดวงราชการตีความอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า หากตามระเบียบของราชการจะมีระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องรับของทางราชการจะมี “เรื่องลับ” “ลับมาก” “ลับที่สุด” หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ซีเคร็ท ถ้าลับมากก็เป็นConfidential แล้วลับที่สุดก็ top secret
เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจะกลายเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า สื่อก็ทำกับตนบ่อยๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อยๆ