
24 ก.พ. 2569 11:12 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ไอซีซีเปิดไต่สวน “ดูแตร์เต” อัยการเผยสั่งฆ่าด้วยตนเอง-เลือกเหยื่อ “สงครามยาเสพติด”
ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ไอซีซี เปิดการไต่สวนเพื่อพิจารณายืนยันข้อกล่าวหา อดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ โดยอัยการระบุว่าเขามีบทบาทโดยตรงในการอนุมัติและคัดเลือกเป้าหมายการสังหารในสงครามปราบปรามยาเสพติด
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 ก.พ.) ศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้เปิดการไต่สวนเพื่อยืนยันข้อกล่าวหาต่อ นายโรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วัย 80 ปี โดยอัยการระบุว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหารผู้ต้องสงสัยในคดียาเสพติด ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
นายมาเม มันเดียเย เนียง รองอัยการของไอซีซี แถลงต่อศาลว่า การไต่สวนที่จะดำเนินไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ คือเครื่องเตือนใจว่า “ผู้มีอำนาจไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย” โดยระบุว่าดูเตอร์เตมีบทบาทสำคัญในการสังหารนอกเหนือกฎหมาย ตั้งแต่สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา จนถึงช่วงที่เป็นประธานาธิบดี เขาไม่ได้เพียงแค่วางนโยบาย แต่ยังอนุมัติการฆาตกรรมและเลือกเหยื่อบางรายด้วยตัวเอง
ด้านอัยการ จูเลียน นิโคลส์ ได้เปิดคลิปวิดีโอหลายชิ้นที่ดูเตอร์เตข่มขู่จะฆ่าอาชญากร พร้อมกล่าวว่า “เขาประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะฆ่าคน เขาพูด และเขาก็ทำจริง นั่นคือตัวตนของเขา”
นายนิโคลัส คอฟแมน ทนายความของดูเตอร์เต ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยระบุว่าเป็นการตั้งข้อหาที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงและมีแรงจูงใจทางการเมือง แม้จะยอมรับว่าลูกความของตนเป็นคน “สุดโต่ง” และมักใช้ถ้อยคำที่ “โอ้อวด รุนแรง และเกินจริง” แต่เขายืนยันว่าดูเตอร์เตเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายเสมอ และข้อกล่าวหาของอัยการเป็นการ “เลือกหยิบ” เฉพาะบางช่วงบางตอนของคำปราศรัยมาโจมตีเท่านั้น
อัยการยื่นฟ้องอาชญากรรมต่อมนุษยชาติรวม 3 กระทง จากเหตุฆาตกรรมอย่างน้อย 76 คดี แม้เชื่อว่าตัวเลขจริงจะสูงถึงหลายพันศพ แบ่งเป็นคดีฆาตกรรม 19 ศพ ช่วงปี 2013-2016 ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ต่อมาคือคดีฆาตกรรม “เป้าหมายมูลค่าสูง” 14 ศพ ช่วงปี 2016-2017 ในฐานะประธานาธิบดี และคดีฆาตกรรม 43 ศพ ช่วงปี 2016-2018 ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยทั่วประเทศ
บรรยากาศหน้าศาลในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์และที่กรุงมะนิลาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ฝั่งครอบครัวเหยื่อต่างมารวมตัวกันติดตามการถ่ายทอดสดด้วยความหวัง โดยเหยื่อรายหนึ่งระบุว่านี่คือ “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” แม้จะรู้สึกผิดหวังที่ดูเตอร์เตไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเอง โดยศาลอนุญาตตามคำขอของฝ่ายจำเลยแม้จะวินิจฉัยว่าเขาสุขภาพแข็งแรงดีก็ตาม
ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนดูเตอร์เตมองว่าการที่ศาลระหว่างประเทศมาตัดสินอดีตผู้นำฟิลิปปินส์ถือเป็น “การตบหน้า” และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของดูเตอร์เตที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเชเวนิงเกนของไอซีซี นับตั้งแต่ถูกจับกุมที่กรุงมะนิลาเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
หลังจากเสร็จสิ้นการไต่สวนในสัปดาห์นี้ คณะผู้พิพากษาจะมีเวลา 60 วัน ในการพิจารณาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีในชั้นศาลเต็มรูปแบบหรือไม่.
ที่มา AFP