จบศึกพรรคส้ม? เอกราช ขอโทษปมซัด คสพป.ปชน. แต่ย้ำ!อย่าพิพากษาใครก่อนศาล

จบศึกพรรคส้ม? เอกราช ขอโทษปมซัด คสพป.ปชน. แต่ย้ำ!อย่าพิพากษาใครก่อนศาล

จบศึกพรรคส้ม? เอกราช ขอโทษปมซัด คสพป.ปชน. แต่ย้ำ!อย่าพิพากษาใครก่อนศาล

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.24 น.

24 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ที่ออกมาแสดงความผิดหวังกับการคัดเลือกผู้สมัคร สส.ที่มีคดีข่มขืนและถูกศาลตัดสินจำคุก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : พรรคส้มระส่ำ! คสพป. แถลงการณ์ จี้สังคายนาพรรค หลังคดีทางเพศโผล่ซ้ำซาก)

ต่อมา นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม.พรรคประชาชน แชร์โพสต์ถึงเรี่องนี้ โดยระบุตอนหนึ่งว่า “อยากเจอหน้า คณะฯ ไรนี่หน่อย !!? คือบ้าบอ คอแตก หิวแสง คุณเข้าใจหลัก (Presumption of Innocence) คือหลักกฎหมายอาญาที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด หลักนี้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตีกันเละ! ว่าที่ สส. ซัด ทุเรศ -ิบหาย ท้าอยากเจอหน้าคณะทำงานพรรคประชาชน)

ล่าสุด นายเอกราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโพสต์เฟซบุ๊กไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ของ ปชน.ว่า ต้องขออภัยที่ใช้ภาษาที่ทำให้หลายคนเคืองใจ ตนยอมรับและน้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในฐานะที่เป็นทนายความ ดูแลด้านสิทธิมนุษยชน จำเป็นต้องพูดยืนยันในหลักการนี้ กรณีเรื่องผู้สมัคร สส.มหาสารคาม ก็ว่ากันไป แต่เรื่องการยืนยันในหลักการ ถ้าตนไม่สู้ ไม่ยืนยันในเรื่องความถึงที่สุด เวลาที่ตนไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมในศาล ตนจะไม่มีแรง ไม่มีความชอบธรรมจะไปยืนยัน

“ทุกครั้งศาลไม่ให้ผู้ต้องหา ไม่ให้คนที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาประกันตัว ด้วยเหตุผลตัดสินไปก่อนแล้ว ดังนั้น ผมจึงจำเป็นต้องยืนยันในหลักการนี้ ไม่มีเจตนาอื่น เราจะต้องเชื่อแบบนั้นจริงๆ ส่วนกรณีที่การเป็นพรรคการเมืองต้องมีมาตรฐานมากกว่าทั่วไป ผมยอมรับ น้อมรับว่าต้องเป็นแบบนั้นและพยายามทำให้เป็นแบบนั้นดีที่สุด ถึงที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผมต้องยืนยันว่าถ้าเราพิพากษา หรือกลายเป็นสังคมพิพากษาไปแล้ว มันก็ไม่จบ” นายเอกราช กล่าว

นายเอกราช กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญว่าทุกคนเห็นชอบหมด ว่าเราไม่ควรตัดสินใครก่อนที่จะมีคำพิพากษาหรือคดีอันเป็นที่สุดของศาล

แต่ในทางการเมือง แน่นอนว่านักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธว่าต้องมีมาตรฐานมากกว่าประชาชนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันองคาพยพของพรรคอื่นที่ถูกเข้ามา บางทีก็มีการถูกกลั่นแกล้งกัน ดังนั้น หลักการนี้ก็ต้องมีไว้เพื่อบาลานซ์ถ่วงดุลกันด้วย

Leave a comment