จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

จับตา "ขิ่น ยี" อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

25 ก.พ. 2569 17:20 น.

จับตา “ขิ่น ยี” อดีตนายพลเมียนมา จ่อคุมเก้าอี้ประธานสภาฯ

แหล่งข่าวภายในพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) เปิดเผยว่า “ขิ่น ยี” อดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลจากพรรคการเมืองที่กองทัพหนุนหลัง ซึ่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมียนมาครั้งล่าสุด เตรียมจะเข้ารับตำแหน่งสำคัญอย่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการช่วยให้กองทัพเมียนมายังคงอำนาจในการบริหารประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ตาม

ภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 รัฐบาลทหารเมียนมามีกำหนดจะถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นทางการหลังจากสภาชุดใหม่เปิดประชุมในเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าบรรดานายพลระดับสูงจะยังคงมีบทบาทนำในทางการเมืองต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพรรค USDP ซึ่งกองทัพก่อตั้งขึ้นในปี 2010 สามารถกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้อย่างล้นหลาาม

แหล่งข่าวจากพรรค USDP 3 รายให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า นายขิ่น ยี (Khin Yi) ประธานพรรค USDP ซึ่งเป็นอดีตพลจัตวาและอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คือตัวเต็งที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยบทบาทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากต้องทำหน้าที่ควบคุมการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ การผ่านกฎหมาย การอนุมัติงบประมาณ รวมถึงการเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลสำคัญในตำแหน่งระดับรัฐ

หนึ่งในแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่าอดีตนายพลที่มีความใกล้ชิดกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และคนที่ 2 แหล่งข่าวระบุว่า “เนื่องจากในพรรคมีอดีตนายทหารระดับสูงจำนวนมาก เมื่อพิจารณาจากบทบาทและประสบการณ์ ตำแหน่งสูงสุดที่เหมาะสมสำหรับขิ่น ยี จึงน่าจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร” 

ทั้งนี้ ระบบการแบ่งปันอำนาจของเมียนมาตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้กองทัพครองที่นั่งในสภาโดยอัตโนมัติ 25% และยังควบคุมกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงกิจการชายแดน และกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ผลการเลือกตั้งล่าสุดซึ่งมีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยท่ามกลางภาวะสงครามกลางเมือง ปรากฏว่าพรรค USDP กวาดที่นั่งไปได้ถึง 81% ทั้งในสภาสูงและสภาล่าง ทำให้รัฐสภาตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพโดยปริยาย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ 5 รายชุดใหม่เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งการบริหารราชการพลเรือนและทหาร นักวิเคราะห์มองว่ากลไกนี้จะช่วยให้ มิน อ่อง หล่าย สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีได้โดยที่ไม่ต้องคลายอำนาจในการควบคุมกองทัพ

ถิ่น จอ เอ  นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ให้ความเห็นว่าตำแหน่งประธานสภาฯ มีอิทธิพลมากกว่าตำแหน่งรองประธานาธิบดีซึ่งมักเป็นตำแหน่งเชิงพิธีการ “นี่คือตำแหน่งที่มีขีดความสามารถสูงในการส่งผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินการ หากใครไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ตำแหน่งประธานสภาคือตำแหน่งที่จะได้ใช้อำนาจมากที่สุด”

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายซึ่งเป็น สส.ใหม่จากพรรค USDP ระบุว่า ข้อมูลเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดในกลุ่มผู้นำระดับแกนนำเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการประชุมพรรคครั้งล่าสุด มีรายงานว่า ขิ่น ยี ได้รับการทาบทามอย่างไม่เป็นทางการว่าจะรับตำแหน่งรองประธานาธิบดีหรือไม่ ซึ่งเขาได้ตอบกลับว่าเขาต้องการบทบาทในสภามากกว่า.

ที่มา Reuters

Leave a comment