พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.49 น.

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือ UNESCO  ค้านกัมพูชา  จี้ตรวจสอบ หวั่น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทับซ้อนไทย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.พ.นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ นำทีมพรรครักชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO และผู้แทนรัฐสมาชิก เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชา ซึ่งมีความพยายามนำเสนอวัฒนธรรมที่มีรากฐานชัดเจนจากประเทศไทย เพื่อให้เป็นของประเทศตนเอง ซึ่งเป็นการยื่น 2 ภาษา ประกอบด้วยภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาทางการของ UNESCO 

นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการมายื่นหนังสือว่า ที่ผ่านมาประเทศกัมพูชา มีการเคลมและแอบอ้าง ไม่ว่าจะเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งการแต่งกาย ที่มีความคล้ายคลึงต่อชาติของบ้านเรา จึงอยากเรียกร้อง ไปยังองค์กร UNESCO ให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมมากขึ้น เพื่อไม่ให้ประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศเรา เกิดความสับสนในเวทีระดับนานาชาติ

“เราขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประเทศกัมพูชา ว่ามีการทับซ้อนเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง ที่มีความคล้ายคลึงกันหรือไม่ ซึ่งเรื่องของมรดกทางชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนในอดีตเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้  ดังนั้นเราจะไม่ทนต่อพฤติกรรมละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรมของกัมพูชาอีกต่อไป และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษา สมบัติชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป” นายฐิติพัฒณ์ กล่าว

ด้านนายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาฝรั่งเศส ระบุว่า “Nous respectons nos amis, mais l’histoire de la Thaïlande doit être claire et fondée sur des preuves.” (พวกเราเคารพเพื่อนบ้านของเรานะครับ แต่ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้องมีความชัดเจนและตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานครับ) “On espère que la communauté internationale comprend qu’il s’agit d’équité et de protéger l’identité de nos citoyens.” (เราหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะเข้าใจ ว่านี่คือเรื่องของความยุติธรรมและการปกป้องอัตลักษณ์ของประชาชนชาวไทยครับ)

ขณะที่นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ (ลูกกอล์ฟ) เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ปิดท้าย ระบุว่า กัมพูชาได้พยายามกล่าวอ้างในหลาย ๆ สิ่งที่เป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของเรา เทศกาลต่าง ๆ แฟชั่นเสื้อผ้า ไปจนถึง เรื่องเล่าพื้นบ้าน และดนตรี”” We cannot stand on the defensive side anymore, but we have to play offensive.”(เราไม่สามารถยืนอยู่ในฝั่งตั้งรับได้อีกต่อไปแล้ว แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุก)”That’s why we’re trying to ask UNESCO to help us out in this matter.”(นั่นคือสาเหตุที่พวกเราพยายามขอให้ UNESCO ช่วยเหลือเราในเรื่องนี้ครับ) นายฐิติพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า ตามที่กัมพูชาเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงานดั้งเดิม ซึ่งมีการใช้เครื่องแต่งกายและงานประณีตศิลป์ที่มีลักษณะซ้อนทับกับวัฒนธรรมไทยนั้น ทางพรรครักชาติเห็นว่าอาจสร้างความสับสนต่อชาวโลกในเรื่อง “ที่มาทางประวัติศาสตร์” และ “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้จดทะเบียนเป็นมรดกชาติไว้แล้วนั้น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงงานฝีมือและการสืบทอดที่ชัดเจน พรรครักชาติจึงมองว่าการปล่อยให้มีการขึ้นทะเบียน โดยขาดการระบุบริบทที่ถูกต้อง ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรมของไทย ดังนั้น พรรครักชาติ จึงขอเรียกร้องให้  UNESCO  ไม่ตกเป็นเครื่องมือในการเคลมวัฒนธรรมของกัมพูชา และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประเทศไทย  พรรครักชาติได้เสนอ ให้ดำเนินการ 3 มาตรการ ดังนี้ 

1.ยกระดับการตรวจสอบทางวิชาการ : ขอให้ UNESCO ใช้กลไกตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์อย่างเข้มงวด ในกรณีที่วัฒนธรรมมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างพรมแดน

2.เปิดการเจรจาระหว่างประเทศ : สนับสนุนให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดเผยระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อให้การนำเสนอวัฒนธรรมสะท้อนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน

3.ชูอัตลักษณ์ที่แตกต่าง : ขอให้ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับความแตกต่างของอัตลักษณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เหมาเข่งรวมเป็นวัฒนธรรมเดียวกันจนทำลายรากเหง้าดั้งเดิมของประเทศใดประเทศหนึ่ง

ทั้งนี้ศิลปิน นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมของไทย พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการหารือเหล่านี้ มรดกของประเทศไทยสะท้อนถึงฝีมือช่าง สัญลักษณ์ และความต่อเนื่องที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ และเรามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันสิ่งนี้ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ  มรดกทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่บรรจุไว้ซึ่งความทรงจำ อัตลักษณ์ และศักดิ์ศรี ดังนั้นเราจึงขอความเข้าใจจากประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้แน่ใจว่า ประเพณีทางวัฒนธรรมของประเทศไทยจะได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

Leave a comment