‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท.  ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม  ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘กกต.’แจ้งข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท. ‘ไอติม-สมชัย’อ่วม ฟันก๊วนจับผิดบัตรเลือกตั้ง ‘สว.’ยกธงขาวล่าชื่อสอย ปชน.ลุยเอาผิดคดีม.157 สส.ใหม่ทยอยรายงานตัว

เปิด 6 ชื่อเซ่นปมถ่ายภาพถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง กกต.จัดหนักแจ้งดำเนินคดีฐานขัดขวางเลือกตั้ง-อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จ “ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ” ไม่รอด ด้าน “สว.” ยกธงขาว สอยกกต.ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งมรณะ อ้างไม่มีช่องก.ม.เล่นงาน  สภาผู้แทนฯอุ่นเครื่องรับรายงานตัวสส.ใหม่วันแรก47คน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ว่า ภายหลังรับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.แล้ว บรรดาสส.ได้เดินทางมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาเพื่อรายงานตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นสส.ชุดที่ 27 เป็นวันแรก

โดยมีน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มารายงานเป็นคนแรก และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจมารายงานตัวแต่เช้า เพราะวันนี้ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงเดินทางมารายงานตัวสส.ให้เรียบร้อยก่อน และในช่วงบ่ายต้องพาลูกอายุ 2 เดือนไปรับวัคซีนในตอนบ่ายด้วย ตนตั้งใจทำงานในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีหลายปัญหาในพื้นที่เขต 4 จ.ชัยภูมิ เช่นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 30 ปี จะเป็นหนึ่งเรื่องที่จะตั้งกระทู้หารือ เพื่อทำให้เกอดประโยชน์แก่พื้นที่

ผลักดันสินค้าเกษตร

ขณะเดียวกันก็จะผลักดันประเด็นสินค้าทางการเกษตรด้วย ซึ่งในจ.ชัยภูมิ ประชาชน 70% มีอาชีพเกษตรกรรม มากกว่างานบริการ หรืออื่นๆ จึงตั้งใจ จะใช้ประสบการณ์การทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงดีอี นำความรู้ที่มีในแต่ละกระทรวงมาผลักดันให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้

เมื่อถามว่าบทบาทการทำงานในสภาในฐานะสส.หญิง น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อความตั้งใจในการทำงานขับเคลื่อน โดยตนเองได้ทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่อายุ 26 ปี ได้เห็นสัดส่วนการทำงานในสภาของผู้หญิง ที่ผู้หญิงนั่งทำงานแถวหน้าน้อย แต่ปัจจุบันเห็นว่าสส.หญิง ที่สามารถทำงานได้มีมากมาย มีบทบาทในการทำงานขับเคลื่อน ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่เหมาะสมกับ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่กล่าวว่า ให้ถามผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย

รายงานตัวต่อเนื่อง

จากนั้น มีสส.จากแต่ละพรรคการเมือง ทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สส.นครสวรรค์ นายบรม เอ่งฉ้วน สส.สกลนคร นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ นายอรรถพล วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ขณะที่พรรคเพื่อไทย อาทิ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ซึ่งมารายงานตัวเป็นคนแรกของพรรคเพื่อไทย ตามมาด้วย น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สส.อุบลราชธานี นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ สส.ชัยภูมิ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร สส.อุดรธานี นายวิรัช พิมพ์พะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เป็นต้น พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาฯเปิดให้รายงานตัวเป็นสส.แบบแบ่งเขตทั้ง 396 คน ตั้งแต่วันนี้ (26 ก.พ.) – 27 ก.พ. 69 และระหว่างวันที่ 2-6มี.ค.69 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30น.

ภท.ชุดใหญ่รายงานตัว6มีค.

ขณะที่.นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รัฐบาลและนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เดินทางมรับหนังสือรับรองสส.ด้วยตัวเอง นายสิริพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้สส.พรรคภูมิใจไทย ได้นัดรายงานตัวพร้อมกันที่รัฐสภา ในวันที่ 6 มี.ค. เนื่องจากครั้งนี้มีสส.จำนวนมาก ซึ่งการที่กกต.รับรองเร็ว จะทำให้กระบวนการต่างๆในการแก้ไขปัญหาเร็วขึ้น อย่างนายภราดร ก็เป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาล ซึ่งมีข้อจำกัดที่จำเป็นจะต้องแก้ปัญหา ขอรับรองเร็วก็สามารถทำอะไรได้

เมื่อถามว่า มีความกังวลมากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกกต. ซึ่งกกต.มีหน้าที่ตอบคำถามต่อสังคม เราเป็นเพียงผู้สมัครสส. ก็ทำตามภายใต้กติกา

รับหนังสือรับรอง 141 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 และให้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. ดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งในวันที่ 26 -27 ก.พ. เวลา 08.30-16.30 น. และวันที่ 2 – 6 มี.ค. 2569 ระหว่าง 08.30-16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงาน กกต. นั้น ปรากฏว่าในวันนี้ (26 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันแรกของการรับหนังสือรับรอง มีสส. และผู้แทน สส.เดินทางมรับหนังสือรับรองกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 08.30 น. จนถึงเวลา 16.30 น. รวม 141 คน 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้มีสส.ไปรายงานตัวในเวลาราชการ 47 คน แยกเป็นำรรคภูมิใจไทย 21 คน พรรคเพื่อไทย 21คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คนพรรคประชิปัตย์ 1 คน

สว.ยกธงขาวสอยกกต.

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงถึงความคืบหน้าการยื่นฟ้องศาลกรณีการเลือกตั้งมิชอบตามรัฐธรรมนูญ ว่า จากการที่ให้ฝ่ายกฎหมายทำการศึกษารัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆทั้งหมดแล้ว เราไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว.รวบรวมรายชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระใดๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการจัดการเลือกตั้งของ กกต.โดยการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้กลไก สว. ดำเนินการได้เลย

ปชน.ฟ้องกกต.คดีม.157

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ ทีมกฎหมายพรรคประชาชน เดินทางเข้ามายื่นฟ้องกกต.จำนวน 9 ราย ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ กกต. 7 ราย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ นายวรพงศ์ อนันต์ เจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

นพ.วาโย กล่าวว่า วันนี้เดินทางมายื่นฟ้องกกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาหลักคือ ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ม.69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ม.96 ประกอบ ม.164 โดยศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซึ่งฝ่ายเราจะอ้างนายวิษณุ เครืองามเป็นพยาน

สว.รับรอง”จิรุตม์”กกต.ใหม่

ด้านการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับบการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

โดยหลังการประชุมลับเพื่อตรวจสอบรายงานประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรรมแล้วเสร็จ ได้ลงมติ พบว่า นายจิรุตม์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยมติ 144 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง

ขณะที่นายมณฑล ไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม โดยได้คะแนนเห็นชอบ เพียง 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 102 เสียงง และงดออกเสียง 57 เสียง

จำลองเลือกตั้งผิดกม

แหล่งข่าว กกต.ยังระบุด้วยว่ากรณีที่ เมื่อ25 ก.พ.69)คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)เเละคณะ จัดประชุมเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 มีการเสวนาและจัดกิจกรรมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ในวันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น.จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยจะใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. และจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใครนั้น น่าพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งจำลองที่ว่านั้นจะมีรูปแบบและคุณลักษณะเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งของกกต.หรือไม่ โดยเห็นว่าบัตรเลือกตั้ง คือ ทรัพย์เเละเป็นเอกสารทางราชการที่เป็นความลับ หากมีการจำลองขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎ หมาย เรื่องการปลอมแปลงปลอม หรือใช้เอกสารทางราชการปลอมหรือไม่ เเละขั้นตอนการสืบค้นที่จะจำลองนั้นจะตรงกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.วางไว้หรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าการจำลองดังกล่าวไม่มีข้อมูล หลักฐาน เเละกล่าวอ้างลอยๆโดยตั้งสมมติฐานขึ้นเอง ตรงนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

สมชัยยุประชาชนแจ้งความ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณี กกต. แจ้งความกองปราบฯ เอาผิดกับภาคประชาชนกรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด ช่วงการลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว กทม. ว่า หากประชาชนรู้สึกว่า ได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยมิชอบ ให้ประชาชนดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็ดและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งรวมทั้งฟ้องต่อองค์กรอิสระได้

เปิดชื่อกกต.แจ้งจับ

ผู้สื่อข่าวจากกรณี กกต. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการฯกกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราบให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสQR code บาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้งทั้งแบบแบ่งเขตและเลือกตั้งบัญชีรายชื่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น

มีรายงานบุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้น มีจำนวน 6 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain

3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจM.I.B Marketing In Black

4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน 6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา14

ข้อหาอั้งยี่/ขัดขวางจนท

ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรงโดยตามมาตรา66 พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.2560 กำหนดว่า “ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้นได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือเพื่อให้การเลือกตั้งและเป็นได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้กระทำต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทรวมทั้งจำทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7ปี

ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000

โทษทั้งจำและปรับ

มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจด หมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Leave a comment