
28 ก.พ. 2569 14:20 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลายจุดในเตหะราน ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ
สถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุเดือด หลังอิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ
อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงว่า อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษและถาวรทั่วประเทศ
มีรายงานว่าไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วอิสราเอลเมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่อาจเกิดขึ้น
ด้านสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งในย่านใจกลางกรุงเตหะราน และมีรายงานว่าขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเป้าไปยังพื้นที่รีพับลิกของเมืองหลวง
ภาพถ่ายชุดแรกที่บีบีซีเผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือบริเวณจัตุรัสจอมโฮรีและจัตุรัสฮัสซัน อาบัด ขณะที่ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมถึงเหตุระเบิดใหม่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของกรุงเตหะราน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยการเจรจามีกำหนดดำเนินต่อในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่โจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ยอมรับข้อตกลง ระบุว่าเขาไม่พอใจ กับความคืบหน้าของการหารือ พร้อมทั้งสั่งเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การบุกอิรักเมื่อปี 2003
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อิสราเอลเคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน และสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เคยเตือนถึงภัยคุกคามจากขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน และคัดค้านข้อตกลงที่มุ่งจำกัดเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ โดยไม่ครอบคลุมโครงการขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค
ด้านอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องให้จำกัดโครงการขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีด้วยกำลัง
สถานการณ์ล่าสุดยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้างทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง.
ที่มา :BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน