
ติดGPSรถน้ำมันไปลาว ทัพ2เข้มห้ามมุดเข้าเขมร
วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ติดGPSรถน้ำมันไปลาว ทัพ2เข้มห้ามมุดเข้าเขมร
ทภ.2 งัดมาตรการเข้มคุมเกมส่งออกน้ำมันไปลาว สั่งตรวจยิบ6 ผู้ส่งออก-10 บริษัทปลายทางบังคับรถขนส่งทุกคันติด GPS ตามตัวถึงคลัง สกัดพวกสวมรอยส่งต่อประเทศที่สาม ด้าน “บิ๊กกุ้ง” เชื่อกัมพูชาไม่กล้าขนจรวดพิสัยไกลประชิดชายแดน ชี้เสี่ยงถูกตรวจจับ โดนสอยร่วงได้ง่าย
วันที่ 28 ก.พ. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตามที่ได้มีการกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนลาว และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางด้านความมั่นคงนั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงว่าได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา และปัจจุบันกองทัพบกได้อนุมัติกรอบแนวทางการควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมที่เหมาะสมและรัดกุม
ในห้วงที่ผ่านมาหน่วยได้จัดประชุมชี้แจงและประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงส่วนราชการในพื้นที่และตัวแทนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านด่านศุลกากรช่องเม็ก เพื่อตรวจสอบข้อมูลความต้องการส่งออกของผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งมีตัวแทนจำนวน 6 ราย จากบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 3 บริษัท
นอกจากนี้ ได้ประสานตรวจสอบผู้ประกอบการฝั่ง สปป.ลาว จำนวน 10 บริษัท โดยแขวงจำปาสักได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างถูกต้องตามกฎหมายของ สปป.ลาว และไม่มีการส่งออกไปยังประเทศที่สามแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เพื่อให้การส่งออกเป็นไปอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ กองทัพภาคที่ 2 ได้กำหนดมาตรการควบคุมเพิ่มเติม ได้แก่ การติดตามระบบ GPS รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง การจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชนิด ปริมาตร และยานพาหนะที่ใช้ขนส่งให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนกำหนดให้มีการรับรองการขนถ่าย ณ คลังปลายทางใน สปป.ลาว และรายงานผลต่อ กองกำลังสุรนารีทุกครั้ง กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมที่เหมาะสม คำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ ความโปร่งใส และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
ด้าน พล.อ.บุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.และอดีตแม่ทัพภาค 2 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคลิปแชร์ในเน็ตว่ากัมพูชาขยับจรวด PHL-03 ซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 130 กิโลเมตรมาใกล้ชายแดนไทย โดยระบุว่าต้องเช็คข่าวให้ชัวร์ก่อนว่าของจริงหรือแค่ปั่นกระแสเพราะตามหลักอาวุธชนิดนี้ยิงได้ไกลมาก ไม่มีความจำเป็นต้องเอามาตั้งจ่อชายแดนให้ไทยตรวจจับพบและตกเป็นเป้าถูกทำลายได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ พล.อ.บุญสิน ยังตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาขณะนี้ด้วยว่า ดูแล้วไม่ปกติ เพราะเกิดขึ้นบ่อยจนเกินคำว่าธรรมชาติ หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นการจงใจเผาโดยทหารกัมพูชาหรือไม่ จึงอยากให้กองทัพไทยประท้วงไปยังกัมพูชาเพื่อให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผอ.รพ.สุรินทร์ แถลงอาการล่าสุดของพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ หรือ น้องเป๊ก สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ที่ประสบอุบัติเหตุเหยียบทุ่นระเบิดขณะออกลาดตระเวนป้องกันอธิปไตย ณ ฐานปฏิบัติการเอราวัณ จ.สุรินทร์ จนเป็นเหตุให้เสียขาขวาและบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย โดยระบุว่าขณะนี้น้องเป๊กพ้นขีดอันตรายแล้ว อาการดีขึ้นตามลำดับและมีกำลังใจดีเยี่ยม สามารถชู 2 นิ้วสู้ตายให้กับผู้ที่มาเยี่ยม
นางอำคา ตรีคำ มารดาของน้องเป๊ก กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ดีใจที่ลูกชายรอดชีวิต และรู้สึกเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระราชทานแจกันดอกไม้และขาเทียมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว