
1 มี.ค. 2569 13:49 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนอิหร่านอย่างแข็งกร้าว ขณะที่แกนนำระดับสูงของอิหร่านประกาศเดินหน้าตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลเช่นกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ เตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้เพิ่มเติม ตามที่อิหร่านเพิ่งประกาศว่าจะโจมตีอย่างหนักในวันนี้ พร้อมย้ำด้วยถ้อยคำตัวพิมพ์ใหญ่ว่า “พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะหากทำ เราจะโจมตีด้วยกำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!”
ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของทำเนียบขาว และอาจส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการยกระดับการใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้
ด้านอิหร่าน อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศ ให้คำมั่นว่า อิหร่านจะเอาคืนสหรัฐ หลังเหตุโจมตีที่ทำให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิต โดยลาริจานีกล่าวว่า “ชาวอเมริกันได้แทงหัวใจประชาชนอิหร่าน และเราจะตอบแทนด้วยการแทงพวกเขาที่หัวใจ” โดยยืนยันว่าปฏิกิริยาจากกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม และเตือนว่า พวกเขาต้องรู้ว่าเมื่อโจมตีแล้วจะไม่สามารถลอยตัวหนีไปได้
ทั้งนี้ ลาริจานี ซึ่งถือเป็นผู้กำหนดนโยบายระดับสูงและที่ปรึกษาคนสำคัญของคาเมเนอี ระบุว่า อิหร่านจะจัดตั้งโครงสร้างผู้นำชั่วคราว โดยประกอบด้วยประธานาธิบดีและประธานศาลยุติธรรม เพื่อบริหารประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการทำสงครามกับประเทศอื่นในภูมิภาค แต่จะเดินหน้าโจมตีฐานทัพอเมริกันในประเทศตะวันออกกลางต่อไป โดยระบุว่า จะต้องทำให้ชัดเจนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า อเมริกาไม่สามารถรังแกประชาชนอิหร่านได้
การขู่ตอบโต้กันอย่างเปิดเผยระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับแกนนำระดับสูงของอิหร่าน สะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจบานปลายเป็นการเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างประกาศชัดว่าจะไม่ถอย
นักวิเคราะห์มองว่า หากมีการโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางเพิ่มเติม หรือสหรัฐตัดสินใจใช้กำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ตามคำขู่ของทรัมป์ ภูมิภาคอาจเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่กระทบทั้งความมั่นคง พลังงาน และเศรษฐกิจโลก.
ที่มา : CNN
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน