
เปิดใจ ‘มายมิ้นต์’ นางสาวไทย 2569 พร้อมรองทั้ง 4 ‘จีน-ฝ้าย-เนอฟ-กล้วย’
วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
มงลงเป็นที่เรียนร้อยแล้วสำหรับ “มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง” สาวงามจากจังหวัด อุดรธานี ที่บุกบั่นจนถึงฝั่งฝัน คว้า ครองมงกุฎ “Glory of Siam Crown” มาครอง “Glory of Siam Crown” คือสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความสง่างาม และพลังของสตรีไทย
วันนี้สาวงามทั้ง 5 “มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง” นางสาวไทย 2569, รองชนะเลิศอันดับ 1 “จีน – ฤชาทร กิตติพรพานิช”, รองชนะเลิศอันดับ 2 “ฝ้าย – ปวีณา เนียมรักษา”, รองชนะเลิศอันดับ 3 “เนอฟ – ณัฐวดี กาญจนโอภาษ”และ รองชนะเลิศอันดับ 4 “กล้วย – รุ่งระวี ฉิมชาญเวช” ถือโอกาสเดินสายสวัสดีและขอบคุณ “แนวหน้า” ที่คอยให้การสนับสนุนเสนอข่าวด้วยดีตลอดมา
ในการคว้ามงกุฎในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดตำนานสายประกวดของ “มายมิ้นต์” อย่างสง่างาม หลังจากเดินสายเวทีความงามและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเวทีนางสาวไทย

“มายมิ้นต์ – จิราภรณ์” เล่าว่า “ก็ยังตื่นเต้นอยู่ค่ะ ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ คิดอยู่ว่ามันเป็นความจริงไหม มันเป็นเราจริงๆ ใช่ไหมเพราะว่ามันเป็นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ยังไม่ชิน ด้วยความที่มิ้นเองเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยแหละก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวเยอะ”
จริงๆ แล้วน่าจะชินได้แล้วนะกับการขึ้นเวที “ที่ผ่านมาเป็นนางรองค่ะ นางรองทั้งหมดเลย อาจจะท็อป 5 รอง 1 รอง 2 รอง 3 ตอนนี้ข้างที่จะตื่นเต้น ต้องมารับหน้าที่นี้ แล้วก็ตำแหน่งที่มันใหญ่ขึ้นเท่าตัวมากมากค่ะ ก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวในหลายหลายด้านด้วย
พร้อมหรือเครียดขนาดไหน ? ถามว่าพร้อมไหมพร้อมค่ะ พร้อมตั้งแต่เริ่มตัดสินใจเข้าการประกวด เป็นตัวแทนของจังหวัดอุดรธานี ก็ค่อนข้างที่จะเตรียมตัวมาให้พร้อมทั้งทีมหลังบ้านทั้งตัวของมิ้นท์เองด้วยค่ะ พอได้รับตำแหน่งมันเกินคาดมากๆ แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดการที่เราได้รับตำแหน่งเราก็ต้องมีความพร้อมทั้งด้านจิตใจแล้วก็ร่างกายอยู่แล้วเพราะว่าเวทีนางสาวไทยก็เป็นอีกหนึ่งเวทีในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คนรวมถึงตัวของมิ้นท์ด้วยค่ะ
เล่าวินาทีที่มงลงหัว ตอนนั้นจับมือกับพี่จีนค่ะ เราสองคนก็ไม่ได้คุยกันเพราะว่าต่างคนก็ต่างอยู่กับตัวเอง ยังตื่นเต้น วินาทีนั้นเอาจริงๆ เป็นใครก็ได้ค่ะไม่ว่าจะเป็นตัวมิ้นท์เองหรือเป็นพี่จีนเอง เพราะว่าไปถึงจุดนั้นแล้วมันเกินความความฝันของเราแล้ว เกินความคาดหมายแล้วค่ะ แต่พอวินาทีที่ประกาศเป็นชื่อเราคือมันเหมือนอยู่ในความฝัน ทีมหลังบ้านเองก็ดีใจเพราะว่าเราเองก็สู้กันมามากมาก เรียกได้ว่าเริ่มต้นจากศูนย์

ด้านรองชนะเลิศอันดับ 1 “จีน–ฤชาทร กิตติพรพานิช” สาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตสเล่าว่า “จีนมองว่าใครมาตรงนี้มันไม่มีใครไม่หวังมง แต่ว่าโมเมนต์นั้นจีนบอกเลยว่ามันหูอื้อ มันอื้อไปหมด ต้องบอกว่าตัวจีนเองพึ่งจะมาประกวดเวทีนี้เป็นเวทีแรก จีนเริ่มต้นจากศูนย์จริงๆ แล้วก็จีนเคยเป็นลูกเรือมาก่อน เป็นสเต็ปที่ใหญ่มากสำหรับจีน จริงๆ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนที่ใหญ่มาก เพราะว่าต้องตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะว่าทางสายการบินไม่ได้มีนโยบายให้เราหยุดเพื่อจะมาประกวด เพราะฉะนั้นมันก็ต้องคำนวณว่าเราอยากทำตรงนี้จริงๆ ไหม
รองชนะเลิศอันดับ 2 “ฝ้าย – ปวีณา เนียมรักษา” เล่าว่า “ค่อนข้างที่จะว้าวกับผลงานตัวเองค่ะ เพราะว่าตอนแรกฝ้ายขอแค่ตัวเองคือท็อป 5 เพราะว่าฝ้ายมีความตั้งใจอยากพาสายสะพายจังหวัดไปให้ไกลที่สุด ซึ่งปีนี้ก็ทำได้สำเร็จเพราะว่าราชบุรีไม่เคยติดท็อปอะไรเลย รู้สึกว่าดีใจมากเพราะว่าเราคิดว่าเราจะตอบคำถามแค่ครั้งเดียว แต่เราหลุดมาตอบคำถามอีกรอบนึง ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวเลย ฝ้ายได้มายืนตรงนี้คิดว่าภูมิใจมากแล้วก็ดี มายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็ดีใจกับตำแหน่งรองสองมาก”

รองชนะเลิศอันดับ 3 “เนอฟ – ณัฐวดี กาญจนโอภาษ” เล่าว่า ภูมิใจในตัวเองมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็คือไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งการตอบคำถามการเดินบนส้นสูง เพราะก่อนหน้านี้เนอฟก็เป็นนักศึกษาแพทย์ จะอยู่แต่กับหนังสืออย่างเดียวเลยนี้เป็นครั้งแรกที่มาจับส้นสูงเลย สำหรับเนอฟรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จแล้วค่ะเพราะว่าเนอฟมาที่เวทีนางสาวไทยนี้ด้วยความตั้งใจที่อยากที่จะทำให้คนเห็นว่าเราไม่จำเป็นจะต้องมีความฝันเดียว ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือว่าเป็นทำอะไรอยู่ก็ตามสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ แล้วก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ค่ะ อย่างเนอฟเองเนอฟก็เหมือนแสดงให้คนเห็นแล้วว่าเราเป็นนักศึกษาแพทย์ เราเป็นนักเรียนเราก็สามารถมาเป็นนางงามได้
ปิดท้ายด้วย รองชนะเลิศอันดับ 4 “กล้วย – รุ่งระวี ฉิมชาญเวช” ดีใจมากที่ได้เข้าท็อป 5 ไปกับพี่ๆ ค่ะเพราะว่าส่วนตัวเป็นน้องเล็กสุดเลย แล้วก็มีความกดดันเล็กน้อย เพราะว่านนทบุรีเขาเข้าท็อป 5 ติดกันสองปีแล้ว ปีนี้ก็ต้องเข้าท็อป 5 ก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จนะคะที่เราได้เข้าท็อป 5 กับบ้านทีพีเอ็นค่ะ







