กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. ผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค.จัดจำลองเลือกตั้งท้าพิสูจน์บัตรบาร์โค้ดไม่ลับ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

กมธ.พัฒนาการเมือง สว. เดินเกมผนึก สมชัย นัด 4 มี.ค. จัดจำลองเลือกตั้ง ท้าพิสูจน์ บัตรบาร์โค้ด ไม่เป็นความลับ ดึงทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ยันไร้ธงการเมือง แค่จับตาโปร่งใสหรือไม่

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และทีมงาน ได้สำรวจพื้นที่การจัดการเลือกตั้งจำลองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด รวมถึงมีการติดตั้งคูหาไว้ภายในห้องรับรองสมาชิกบริเวณชั้น2 อาคารรัฐสภา จากนั้นได้มาแถลงข่าวร่วมกัน

โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ทางกรรมาธิการฯ จะเริ่มประชุมในเวลา 13.00 น. จากนั้นในเวลา 13.30 น. จะได้มีการสาธิตการเลือกตั้งจำลองดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดสื่อถึงผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่ และเมื่อ ผลการเลือกตั้งไม่เป็นความลับจะต้องทำอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางกรรมาธิการได้เชิญผู้สังเกตการณ์มาอย่างหลากหลายทั้งทูตจาก 7 ประเทศ นักกฎหมายระดับประเทศ อาทิ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และ กกต. รวมถึงช่างภาพของสื่อออนไลน์(Spacebar) ซึ่งเป็นผู้ที่ กกต. ดำเนินคดีมาร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วย ยืนยันว่าการพิสูจน์ครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นทางการเมือง ในเชิงวิทยาแต่เป็นการพิสูจน์ในเชิงวิชาการและหลักวิทยาศาสตร์ ว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นความลับหรือไม่

ด้านนายสมชัย กล่าวว่า ขอบคุณวุฒิสภาที่เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่สภาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมีปัญหาอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตราย ส่วนขั้นตอนการนับคะแนนจะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน แต่ตนไม่ทราบว่าจะมาครบหรือไม่ เพราะมีความเกรงกลัวกับการจัดสถานการณ์การเลือกตั้ง 

นายสมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ทีมวิเคราะห์จะต้องถอดรหัสเอง โดยดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร และสุดท้ายจะมีการเฉลยว่ากระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% ดังนั้น นี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้ากกต. ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรต้องมีบาร์โค้ดที่ออกแบบเป็นตัวเลข สืบหาต้นตอได้ 

ขณะที่นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 ในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวว่า จากความตั้งใจในการตรวจสอบกระบวนการ เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นความลับที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ซึ่งหากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีคนทราบก่อนและนำไปทุจริตก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการตรวจสอบพยายามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง 

“ยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบไม่ได้ตั้งธงว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม และช่วยรักษาเสียงของประชาชนด้วยความปลอดภัยของประชาชนทุกคน” นายธรรม์ธีร์ กล่าว

Leave a comment