ปิดแล้วหรือยังไม่ปิด? จับตา “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดยุทธศาสตร์พลังงานโลก

ปิดแล้วหรือยังไม่ปิด? จับตา “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดยุทธศาสตร์พลังงานโลก

2 มี.ค. 2569 09:43 น.

ปิดแล้วหรือยังไม่ปิด? จับตา “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดยุทธศาสตร์พลังงานโลก

ทั่วโลกต่างจับตาช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานของโลก หวั่นความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จะส่งผลให้มีการปิดช่องแคบอีกครั้ง แม้อิหร่านจะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการก็ตาม

หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เตหะรานได้ประกาศผ่านวิทยุสื่อสารถึงเรือในพื้นที่ว่า ห้ามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ปิดเส้นทางการเดินเรือดังกล่าวแล้ว ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว อัลจาซีราว่า ในขณะนี้ประเทศของเขาไม่มีความประสงค์ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีแผนการที่จะกระทำการใดๆ ที่จะเป็นการขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวในระยะนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ แต่มีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ จนเกิดเพลิงไหม้บนเรือดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้แต่ละประเทศต่างหลีกเลี่ยงการเข้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หรือหยุดเดินเรือบางส่วน ทำให้สถานการณ์ใกล้เคียงกับการปิดช่องแคบไปโดยปริยาย

ทำไม “ช่องแคบฮอร์มุซ” จึงสำคัญต่อโลก?

ช่องแคบฮอร์มุซ คือทางออกแคบ ๆ ของอ่าวเปอร์เซียสู่ทะเลเปิด แม้เส้นทางเดินเรือจะกว้างเพียงประมาณ 2 ไมล์ แต่เป็นคอขวดพลังงานโลก เพราะเรือที่ผ่านจุดนี้ขนส่งน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันโลก

นอกจากน้ำมันแล้ว ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และปุ๋ยคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการค้าปุ๋ยโลกก็ต้องผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวในพื้นที่ส่งแรงสะเทือนไปยังตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกทันที

ปิดจริงหรือแค่ “ปิดโดยพฤตินัย”?

แม้การปิดทางกายภาพ จะทำได้ยาก เพราะมีฐานทัพเรือสหรัฐประจำการจำนวนมากในภูมิภาค แต่วิธีที่อิหร่านสามารถทำได้จริงคือการวางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือ ซึ่งถือเป็นการยกระดับรุนแรงอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติไม่จำเป็นต้องประกาศปิดอย่างเป็นทางการ หากระดับความเสี่ยงสูงขึ้น บริษัทเดินเรือก็อาจหยุดวิ่งเอง ขณะนี้บริษัทขนส่งรายใหญ่ เช่น Hapag-Lloyd และ CMA CGM ได้ระงับการผ่านช่องแคบและสั่งให้เรือหลบภัยแล้ว

โดยข้อมูลติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า การจราจรทางทะเลในพื้นที่ลดลง เรือจำนวนมากทอดสมอรออยู่หรือเปลี่ยนเส้นทาง ขณะที่ศูนย์ UKMTO ของสหราชอาณาจักรเตือนถึงความเสี่ยงจากการคำนวณผิดพลาดหรือการระบุเป้าผิด

ผลกระทบพลังงาน–เศรษฐกิจโลก

ประเทศปลายทางหลักของน้ำมันและก๊าซจากฮอร์มุซ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอินเดียที่นำเข้าน้ำมันดิบราวครึ่งหนึ่งผ่านเส้นทางนี้ ได้เริ่มแผนฉุกเฉินด้านพลังงานแล้ว

แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีท่อส่งน้ำมันที่หลีกเลี่ยงฮอร์มุซได้ แต่กำลังสำรองรวมกันเพียงราว 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณปกติ

นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความตึงเครียดยืดเยื้อ ขณะที่ โอเปก พยายามเพิ่มกำลังผลิตเล็กน้อยเพื่อพยุงตลาด แต่ตัวเลือกมีจำกัด ผลกระทบจึงสะท้อนถึงผู้บริโภคโดยตรง ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในวงกว้าง

ความเสี่ยงการยกระดับขั้นรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า หากเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกจม จะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมร้ายแรงและอาจทำให้การเดินเรือหยุดชะงักเป็นเวลานาน

ที่ผ่านมาการปิดฮอร์มุซถูกมองว่าไม่น่าเกิดขึ้น เพราะจะสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเอง แต่เมื่อเป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบ ต้นทุนทางเศรษฐกิจอาจถูกนำมาคำนวณใหม่โดยผู้นำในเตหะราน.

ที่มา : The Independent

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

Leave a comment