
พี่เต้ ลาออก ทางเลือกใหม่ พร้อมตั้งพรรค ก้าวล้ำ สานต่อทุกนโยบายที่เคยทำ
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.04 น.
“เต้-มงคลกิตติ์”ยื่น กกต.ลาออกจาก”พรรคทางเลือกใหม่” พร้อมยื่นตั้งพรรคใหม่”ก้าวล้ำ” 4 มี.ค. สานต่อทุกนโยบายที่เคยทำ แนะ”ราเชน”ดูแลสุขภาพให้ดี อย่าคาดหวังตำแหน่งมาก กระทบชิ่ง”ทรงศักดิ์”เจอตรวจสอบทุกโครงการแน่ เผย 3 มี.ค.ประชุมกลุ่ม”กรุงเทพฯ บินได้” เดินหน้าซื้อรถบินจีน-คลองแสนแสบดื่มได้มาแน่-กาสิโนขนาดย่อม
2 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตตเลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 5 คน มายื่นหนังสือลาออกจากพรรคทางเลือกใหม่ ภายหลังถูกปลดออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ โดยให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นหนังสือลาออกต่อ กกต.ว่า วันนี้ที่ลาออก เพราะตอนอยู่ที่พรรคตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เพราะหัวหน้าพรรคป่วยเข้า ICU แต่พอหลังเลือกตั้งแล้วพฤติกรรมหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ ก็คงเข้าใจได้ว่าเป็นอะไร เข้าใจว่าคงเข้าร่วมรัฐบาลและต้องมีมารยาททางการเมืองรัฐบาล เขาจะสั่ง นั่ง ยืน ชิด หมอบ อย่างไรก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าจะสั่งให้ตนไม่ดำเนินการทวงคืนคะแนนความเป็นธรรม คะแนนไดโนเสาร์ คะแนนอวกาศ คงทำไม่ได้ เพราะประชาชนเลือกตนเข้ามาเยอะ ฉะนั้น จะทรยศต่อคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไม่ได้ ทั้งนี้ ในส่วนของคดีกฌ็ขึ้นอยู่กับศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนรอฟังอยู่คิดว่าภายในไม่เกิน 2 – 3 เดือนนี้ การตัดสินทุกอย่างจะจบที่ศาล ศาลตัดสิน ผลออกมาอย่างไรก็ว่าตามนั้น

“ฝากถึง นายราเชน (ตระกูลเวียง) รักษาสุขภาพให้ดี ทำไขมัน ความดันให้อยู่ในภาวะปกติ เบาหวานปกติ อย่าเครียดหรือตั้งความหวังมากว่าจะได้หรือไม่ได้อะไร รักษาชีวิตดีที่สุด และต้องอย่าลืมว่าคะแนนที่ได้เป็น สส.มาครั้งนี้ มาจากพี่เต้ และประชาชนที่เขาชอบนโยบายไดโนเสาร์ ชอบนโยบายอวกาศ นโยบายใหญ่ ยาว หรือวิดพื้น นโยบายปั๊มลูก รีแพร์ มีสามี 4 คน พรรคเดิมยื่น กกต.แล้ว ดังนั้น อำนาจอธิปไตยส่งถึงนายราเชนแล้ว ก็ต้องสานต่อเต็มที่ ไม่ใช่สานต่อเล็กๆ น้อยๆ ทหารผ่านศึกก็เลือกเราไม่น้อย ดังนั้น เงินผดุงเกียรติไม่ใช่แค่ทำเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องบีบนายกรัฐมนตรีให้เซ็นร่าง พ.ร.บ.เงินผดุงเกียรติ เข้าสภาฯ ให้ได้ เพราะอำนาจอธิปไตยที่ได้มาโดยไม่ใช่งินซื้อเสียงนั้น เป็นอำนาจ 24 ชั่วโมง เป็นบุญคุณใหญ่หลวง ต้องสำเนียกบุญคุณประชาชนที่เลือกมาโดยไม่มีอามิจสินจ้างด้วย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ไม่เคยคิดว่าจะถูกบีบเพราะทำเต็มที่ ซึ่งตอนหาเสียงนายราเชนทร์บอกทำเต็มที่ แต่ตอนหลังมาเป็นแบบนี้ ตนไม่รู้ว่าอาจจะเป็นเพราะไปคุยกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำภูมิใจไทย มากเกินไป ดังนั้น ขอฝากถึงนายทรงศักดิ์ ว่าถ้ารับนายราเชนไปทุกโครงการที่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างทุกรายการ ตนจะตรวจสอบทั้งหมด ไม่ให้คลาดสายตา ให้ขยับไม่ออกเลย เรียกว่าเป็นการเกาะติด ถ้าทำถูกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำผิดซวยแน่

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ตนจำเป็นต้องเดินหน้าทางการเมืองต่อ โดยในวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะมายื่นตั้งพรรคการเมืองใหม่ ชื่อว่า “พรรคก้าวล้ำ” มีผู้ก่อตั้ง 15 คน และจะเปิดบัญกลางระดมเงินจัดตั้งพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ไม่น้อยกว่า 500 คน คนละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท โดยจะระดม 7 – 10 วัน จากนั้นจะจัดประชุมใหญ่ โดยตนจะเป็นหัวหน้าพรรคเอง รวมกับประชาชน 77 จังหวัด แต่ละอำเภอเป็นตัวแทนมา ซึ่งมองเป้าการเลือกตั้งว่าถ้าเร็วหน่อยก็ภายใน 6 เดือน ถ้าการเลือกตั้งไม่โมฆะก็ภายใน 1 – 2 ปี โดยตนจัดส่งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อครบทั้งหมด และจะเป็นพรรคที่ไม่ซื้อเสียง และสานต่อนโยบายคืนชีพไดโนเสาร์ การแก้ไขกฎหมายให้ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน โดยจะล่ารายชื่อเสนอกฎหมายต่อสภาฯ และเปิดรับฟังความเห็นด้วย ตลอดจนนโยบายรีแพร์ เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายยาวขึ้นไม่แพ้กัมพูชา และดีลซื้อทีมฟุตบอลแมนยู ย้ำว่า ทุกนโยบายที่เคยหาเสียงไว้กับพรรคทางเลือกใหม่ จะทำต่อในพรรคการเมืองใหม่และล้ำขึ้น
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 3 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมนัดแรกที่มาเรียการ์เด้น ของกลุ่มกรุงเทพฯ บินได้ ถ้าคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี มีชื่อในทะเบียนบ้านกรุงเทพฯ ไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถมาสมัครได้ และอีกไม่นานก็จะทราบรายชื่อแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ นโยบายกรุงเทพฯ บินได้ คือการขนส่งทางอากาศ แก้กฎหมายการสัญจรทางอากาศพิสัย โดยจะเดินทางไปจีนเพื่อซื้อรถยนต์ที่สามารถบินได้จริง ถ้าทำได้จะแก้ปัญหาการจราจรได้ นอกจากนี้ นโยบายคลองแสนแสบดื่มได้ จะเดินทางไปดูงานบริหารจัดการน้ำที่สวิตเซอร์แลนด์ และนำมาใช้ที่ไทย ทั้งนี้ นโยบายที่พูดมานั้นทำได้หมด ถึงงบประมาณ กทม.มีไม่เยอะมาก 92,000 บาทล้านบาท จำเป็นต้องหารายได้ส่วนอื่นมาดูแล ตลอดจนมีนโยบายให้ข้าราชการจะแข็งแรงขึ้นต้องวิดพื้น ออกกำลังกายทุกวัน และให้ฉีดผิวขาวออร่า สวย หล่อขึ้น ใหญ่ยาวขึ้น และทำรีแพร์ได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ กทม.มีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่สามารถเล่นไพ่โป๊กเกอร์ เป็นกาสิโนขนาดย่อม รับเฉพาะคนที่มีเงินไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท และรับวันละ 1 พันคน เพื่อหาเงินมาช่วยหลือคน กทม.และให้รัฐบาลกลางยืม

เมื่อถามว่า บางนโยบาย กกต.มองว่าผิดศีลธรรม ดังนั้น จะลดขนาดลงหน่อยได้หรือไม่ เช่น มีสามีได้ 4 คน ก็ลดลง นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ถามว่าในประเทศนี้มีใครบ้างที่ถือศีลครบ 5 ข้อบ้าง อยู่ที่ใครผิดมาก ผิดน้อยมากกว่า ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ การให้ผู้หญิงมีสามี 4 คน ซึ่งการจะมี 4 คนได้เป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องเจรจากับคนแรกที่ได้ก่อน
เมื่อถามถึงนโยบายสวย หล่อ ฉีดผิวขาว ใหญ่ ยาว จะถูกมองว่าเป็นการให้สิทธิประโยชน์ที่เกินจำเป็นหรือไม่ ในขณะสิทธิทางการแพทย์ที่ด้านอื่นที่จำเป็น แต่ยังไม่ครอบคลุม นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ไม่เกิน มีใครไม่อยากสวยหล่อบ้าง ตนขอถามว่า สิทธิประโยชน์ที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง หรือ 30 บาท) ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นั้น ใช้เงินกี่บาท สิทธิแปลงเพศให้ถึง 2 แสนบาท แต่การฉีดไวท์ออร่าให้ผู้หญิง ตนมองว่าไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อปี ถือว่าไม่แพง ส่วนการตัดแต่งช่วงล่างสำหรับผู้หญิงก็ไม่เกินหลักหมื่นบาท 5 ปี 10 ปี ทำ 1 ครั้ง เหมือนกับทำฟันปลอมให้คนแก่หลายหมื่นบาท ก็ไม่ได้ทำบ่อยๆ และอีกอย่างคือ หากคนกรุงเทพฯ ซึ่งต้องดูเรื่องสิทธิสวัสดิการอาจะมีปรับเพิ่มเข้าไป เพียงแต่ถ้าข้าราชการต้องการเสริมความยาวมากขึ้น ก็ราคาไม่เกินหมื่นบาทต่อคน และปกติทครั้งเดียว ถือว่าไม่กระทบงบประมาณแผ่นดิน หรือกระทบน้อยมาก แล้วเงินจัดซื้อจัดจ้างใน กทม.น่าจะมีราวๆ 5 หมื่นล้านบาท เราก็ตัดลดงบประมาณในการคอรัปชั่นของ กทม. 30% น่าจะได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ถ้าแบบนี้ถือว่าเรามีเงินแล้วหรือยัง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงสิทธิสวัสดิการอื่นๆ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า สวัสดิการอื่นๆ ต้องดูตัวเลขก่อน เพราะเรื่องปรับปรุงร่างกาย ข้าราชการ กทม. ลูกจ้างเหล่านี้ ถ้าเอาเข้าสวัสดิการ ก็แค่ 10 ปี 1 ครั้ง ไม่ได้ทำพร้อมกันหมด แต่ทยอยทำ ถ้า กทม.มีเงินเพิ่มขึ้น ก็จะออกข้อบัญญัติเกี่ยวกับโบนัสด้วย
