
พูดแล้วกลับคำไม่ได้ ชัชชาติ รอตัดสินใจวันสุดท้าย ลงผู้ว่าฯ กทม.อีกหรือไม่?
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.
“ชัชชาติ”เผยยังไม่รีบ “พูดแล้วกลับคำไม่ได้” รอตัดสินใจวันสุดท้ายลง”ผู้ว่าฯ กทม.”อีกสมัย ขอไม่ชี้แจงปมวิจารณ์งานผู้ว่าฯ 4 ปี เคารพทุกเสียงมีทั้งคนชอบไม่ชอบ ปชช.ตัดสินใจเอง
2 มีนาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งต่อไป ว่า จริงๆ ยังไม่รีบตัดสินใจ แต่ก็ได้มีการคิดว่าถ้าจะลงต่อจะมีนโยบายอะไรบ้าง ที่เป็นเรื่องสำคัญ ให้มีความชัดเจน ซึ่งถ้าตกผลึกแล้วก็จะมีคำตอบให้กับประชาชน รวมถึงได้มีการพูดคุยกับคณะทำงานไว้บ้างว่า การจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยหน้า มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ที่จะต้องคิดพัฒนานโยบาย ซึ่งตอนนี้ขอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกว่าลง หรือไม่ลง เพราะอาจจะทำให้เกิดความไขว้เขว ว่างานที่ทำเพื่อหาเสียงหรือเปล่า ดังนั้น จึงขอโฟกัสงานที่ทำในปัจจุบันก่อน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบ เพราะถ้าพูดไปแล้วก็จะกลับคำไม่ได้ เพราะคำพูดคือนายเรา ถ้ามีข้อไม่จำเป็นอะไรก็ไม่ต้องพูด เราอยากให้มีความแน่ใจในสิ่งที่พูดออกไปร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ติดตัวเราด้วย เพราะถ้าบอกไม่ลงแล้วมาลงก็เหมือนกลับไปกลับมา วันนี้ก็ได้คิดนโยบายแล้วคุยกับทีมงานไว้แล้ว ว่าใครมีอะไรที่อยากจะทำต่อหรือไม่ มีใครบ้างที่จะร่วมงานกับเรา พวกเขาอยากจะเห็นอะไรในอนาคต และถ้าเราจะลง ก็ต้องเตรียมตัว เพราะเป็นงานใหญ่ จะมีทั้งสานต่อนโยบายเดิมและเพิ่มนโยบายใหม่ ในอีก 4 ปีข้างหน้ามีความสำคัญมาก เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเยอะ ถ้าเราไม่ทันโลก กรุงเทพฯ ก็จะเสียโอกาส จึงต้องมั่นใจว่าเราจะเสนอสิ่งที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ
“ผมคิดว่าวันที่หมดวาระวันสุดท้ายจะเป็นวันที่ตัดสินใจ เพราะถ้าพูดไปก่อนก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนตัดสินใจได้ทันที และประชาชนก็ต้องดูข้อมูลจากผู้สมัครทุกคน และต้องรอดูนโยบายไปถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้าลงสมัครก็ไม่ลงในนามพรรคการเมืองอยู่แล้ว จะลงแบบผู้สมัครอิสระ” นายชัชชาติ กล่าว
สำหรับกรณีที่ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.น้้น นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับตนแล้วเคารพทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในระบอบประชาธิปไตย มีทั้งคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบ ตนเชื่อว่าไม่สามารถไปเปลี่ยนใจใครได้ ก็คงไม่ชี้แจงอะไร เพราะคิดว่าประชาชนตัดสินใจได้
เมื่อถามว่า การเมืองใหญ่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม.ต่ออีกหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า การเมืองใหญ่ไม่มีส่วนที่ทำให้ตนต้องตัดสินใจเลย เพราะเราทำงานกับทุกคนได้ อยู่ตรงนี้ ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเป็นเพียงหน่วยงานท้องถิ่นหน่วยงานหนึ่ง เราไม่สามารถไปเลือกคนที่มากำกับดูแลเราได้ เราต้องทำงานกับทุกคนถ้าเกิดเรามี นโยบายที่ดีพอเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมจะร่วมมือกับเรา ขณะที่โจทย์ที่จะต้องนำมาคิดอีกเรื่องคือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่าอนาคตจะมีการสนับสนุนใครหรือไม่ ที่ผ่านมามีคนที่ทำงานด้วยแล้วความสบายใจหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องนำมาตัดสินใจ