ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

4 มี.ค. 2569 12:04 น.

ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบให้ดัชนีหุ้นตัวสำคัญหลายตัวในเอเชียดิ่งลงหนัก ทั้งในญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมไปถึงเกาหลีใต้ที่ต้องสั่งใช้มาตรการระงับการซื้อขายชั่วคราว 

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศระงับการซื้อขายชั่วคราวในวันนี้ (4 มี.ค.) หลังดัชนีสำคัญทั้งสองปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

โดยดัชนี Kospi ร่วงลงถึง 12% ในวันนี้ ซ้ำเติมสถานการณ์การเทขายอย่างหนักต่อเนื่องจากเมื่อวาน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้จึงตัดสินใจบังคับใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว (Trading Halt) หลังจากดัชนี Kospi และ Kosdaq ต่างดิ่งลงมากกว่า 8% ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ก่อนที่ในเวลาต่อมาดัชนี Kospi จะปรับตัวลงไปมากกว่า 12%

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร (3 มี.ค)  ดัชนีดิ่งลงไป 7.2% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 โดยนักลงทุนต่างพากันถอนตัวออกจากตลาดที่เคยพุ่งสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ จากกระแสความตื่นตัวในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด และประมาณ 70% ของการนำเข้าน้ำมันนั้นมาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทางด้านตลาดเงิน ค่าเงินวอนอ่อนค่าลงจนทะลุระดับแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,500 วอนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ส่งผลให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ต้องออกแถลงการณ์ทันทีหลังเปิดตลาด โดยระบุว่าทางธนาคารกลางจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีความผันผวนเบี่ยงเบนไปจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศมากเกินไปหรือไม่ แม้จะพิจารณาถึงปัจจัยภายนอกแล้วก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะเข้าดำเนินการตอบโต้ต่อพฤติกรรมแห่ตามกัน (Herd-like behaviour) ในตลาด

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปทั่วเอเชีย โดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 3.5% เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 3.7% ส่วนทางด้านตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 3% และดัชนี Straits Times ของสิงคโปร์ปรับตัวลดลง 2.4% ในช่วงเที่ยงตามเวลาท้องถิ่น โดยนักยุทธศาสตร์จาก IwaiCosmo Securities วิเคราะห์ว่านักลงทุนได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเทขายดัชนีที่เคยทำผลงานได้ดีอย่าง Nikkei และ Kospi เพื่อเร่งเก็บกำไรในภาวะเสี่ยง

ในส่วนของภาคพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 12% สู่ระดับกว่า 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 13% ยืนเหนือระดับ 82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางคำเตือนว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะให้คำมั่นว่ากองทัพเรือจะช่วยคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อบรรเทาความกังวล แต่การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศเพื่อนบ้านและการปิดบ่อน้ำมันบางแห่งยังคงเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อเศรษฐกิจในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก.

ที่มา: CNA

อ่านข่าว สงครามตะวันออกกลาง ได้ ที่นี่

Leave a comment