
4 มี.ค. 2569 12:08 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” ฉุน “สเปน” ขู่สั่งคว่ำบาตรการค้าเบ็ดเสร็จ หลังถูกปฏิเสธให้ใช้ฐานทัพเปิดศึกถล่มอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผย “สเปนทำตัวแย่มาก” ขู่ตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนอย่างรุนแรง หลังรัฐบาลสเปนไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อภารกิจโจมตีอิหร่าน ด้าน “เยอรมนี” รุดเตือนสหรัฐฯ ไม่อาจเลือกปฏิบัติทางการค้ากับสมาชิกสหภาพยุโรปรายใดรายหนึ่งได้
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและสเปนทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อสเปนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโต้ที่พันธมิตรนาโต้รายนี้ปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศโรตา และมอโรน ทางตอนใต้ของสเปน ในการดำเนินภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ แห่งเยอรมนี ว่า “สเปนทำตัวแย่มาก” พร้อมระบุว่าเขาได้สั่งการให้นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เตรียมพิจารณา “ตัดการติดต่อสื่อสารและธุรกิจทั้งหมด” กับสเปน โดยย้ำว่า “สเปนไม่มีอะไรที่เราต้องการเลย”
ชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการที่สหรัฐฯ ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องบินรบ 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมน้ำมันออกจากสเปน หลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้พื้นที่ของสเปนถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจที่สเปนไม่ยอมเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้ถึง 5% ของจีดีพีตามข้อเรียกร้องของเขา
ด้านนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนี ได้ออกมากล่าวเตือนทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า สเปนเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และการเจรจาภาษีศุลกากรใดๆ จะต้องทำร่วมกับสหภาพยุโรปทั้งหมด “ไม่มีทางที่จะปฏิบัติอย่างเลวร้ายต่อสเปนเพียงประเทศเดียวได้” พร้อมเสริมว่าแม้กลุ่มประเทศยุโรปกำลังกดดันสเปนให้เพิ่มงบกลาโหมขึ้นเป็น 3-3.5% แต่นั่นไม่ควรนำมาปะปนกับข้อตกลงทางการค้า
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์และนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า ทรัมป์อาจใช้อำนาจตามกฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการที่สเปนปฏิเสธไม่ให้ใช้ฐานทัพนั้นเป็น “ภัยคุกคามที่ร้ายแรงและไม่ธรรมดา” ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่สูงมากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทั้งนี้ สเปนเป็นผู้ส่งออกน้ำมันมะกอกรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็ก และเคมีภัณฑ์ไปยังสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับสเปนติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยในปี 2025 สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสเปน โดยเฉพาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มูลค่าสูงถึง 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นำเข้าเพียง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้สเปนอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
รัฐบาลสเปนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า สหรัฐฯ ควรเคารพอำนาจหน้าที่ของภาคเอกชนและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าสเปนมีทรัพยากรเพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบจากการคว่ำบาตร และจะยังคงยึดมั่นในหลักการการค้าเสรีต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในยุโรป และมักมีจุดยืนขัดแย้งกับทรัมป์บ่อยครั้ง เช่น การปฏิเสธไม่ให้เรือขนส่งอาวุธไปยังอิสราเอลเข้าจอดเทียบท่าในสเปนก่อนหน้านี้.
ที่มา Reuters