
แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน แห่เข้าปั๊มกักตุน นายกฯยันมีแผนสำรอง
วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
แตกตื่นวิกฤตนํ้ำมันขาดแคลน แห่เข้าปั๊มกักตุน นายกฯยันมีแผนสำรอง เชลล์-คาลเท็กซ์ขึ้นพรวด
นายกฯ ยันมีแผนรับมือราคาน้ำมันจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ด้าน รมว.พลังงาน ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซล 7-10 วัน ย้ำไม่ต้องแตกตื่น ขอประชาชนอย่ากักตุน ชี้มีเพียงพอกับความต้องการพร้อมใช้กลไกดูแล ขณะที่ “เชลล์”-“คาลเท็กซ์” ปรับราคาน้ำมันแล้ว ส่วนบางจาก-ปตท.ยังไม่ปรับ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงแผนรับมือจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของประเทศอิหร่าน ว่ามีมาตรการในการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน โดย ปตท.ที่แม้เป็นเอกชนแต่ก็ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐ มีกฎหมายว่าถ้ามีความจำเป็นด้านความมั่นคง สามารถสั่งห้ามส่งออกน้ำมันได้ ซึ่งขณะนี้ก็สั่งห้าม ยกเว้นประเทศลาว ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากปริมาณการใช้ภายในประเทศ เรากลั่นในประเทศได้ประมาณวันละ 170 ล้านลิตร ใช้อยู่ประมาณ 130 ล้านลิตร เราส่งไปที่ลาวประมาณวันละ 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งไปประเทศอื่นๆ ซึ่งตนให้นโยบายว่าถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้นส่วน 30 กว่าล้านลิตร ที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับประเทศต้องมีการกำหนดใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ต้องมีการทบทวนแล้วหรือไม่เพราะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันต้องดำเนินการ แต่เป็นกลไกตลาด เราจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการตรึงราคาสิ่งต่างๆที่มีผลต่อต้นทุนและการใช้ชีวิตของประชาชน ต่อข้อถามว่าหลายพื้นที่ประชาชนเริ่มกักตุนน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า เราตื่นตัวไว้ไม่เป็นไร แต่ยืนยันว่าช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน เรามีน้ำมันที่ใช้ได้ไม่ใช่แค่ 60 วัน ซึ่ง 60 วันหมายถึงถ้าไม่มีน้ำมันดิบเข้ามาเลย ซึ่งเราไม่ได้นำเข้าจากตะวันออกกลางเท่านั้น เรามีแหล่งน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นๆ ด้วย แน่นอนว่าหากกำลังผลิตของโลกหายไป กลไกตลาดอาจมีผลต่อราคาน้ำมัน ราคาแก๊สต่างๆ ซึ่งเราต้องพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน ห่วงอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า 1 วันก็ห่วงแล้ว เพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน ซึ่งของประเทศไทยคือเรื่องความปลอดภัยของคนไทย ค่าครองชีพของประเทศไทย เรื่องราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส การสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ต้องใช้ภายในประเทศ และยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรที่ส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย และคนไทยน้อยที่สุด
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงราคาน้ำมันท่ามกลางการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่าน้ำมัน 50% มาจากตะวันออกกลาง ยังมี 1 ใน 3 ที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีน้ำมันอีก 40% ไม่ผ่านตะวันออกกลาง ไทยยังมีเวลาในการหาแหล่งอื่น น้ำมันสำรองที่มีประมาณ 60 วัน นั่นหมายถึงกรณีที่ไม่มีมาจากแหล่งอื่นๆ ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย รวมถึงประทเศอื่นๆ ขอให้เชื่อมั่นว่าไทยมีน้ำมันใช้เพียงพอ
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี LNG แก๊สธรรมชาติเหลว นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า 20% โดยผ่านจากกาตาร์ 10-20% ไทยสามารถหาจากแหล่งอื่นได้ เช่น เพิ่มก๊าซในอ่าว รวมถึงเจรจากับมาเลเซีย หรือลาว เป็นแผนสำรอง พร้อมขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่าน้ำมัน ไฟฟ้า เราสามารถบริหารจัดการได้ ไม่ขาดแคลน ไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องราคาอาจต้องดูตามตลาดโลก ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“7-10 วันนี้ ยังไม่มีการขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้กองทุนเข้าไปช่วย ถ้ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นก็จะต้องไม่ขึ้นแบบกระชากจนส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน อาจเข้าไปช่วยแค่บางส่วน ดังนั้นราคาอาจมีการขยับบ้าง” รมว.พลังงาน กล่าว
ขณะเดียวกัน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงาน ได้เรียกผู้ค้าน้ำมันประชุมด่วนแล้ว เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือและเร่งจัดหาน้ำมัน ซึ่งได้ขอให้ผู้ค้าเร่งจัดหาจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณสำรองภายในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนกระแสข่าวที่มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศลาว และประเทศเพื่อนบ้านนั้น ขอยืนยันว่า การส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งประเทศไทยและลาว มีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพลังงาน ไม่เพียงแต่การส่งออกน้ำมันแต่ไทยก็นำเข้าไฟฟ้าจากลาว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน การกักตุนน้ำมันในปริมาณมาก เข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี ขอให้เชื่อมั่นว่าปริมาณสำรองภายในประเทศ มีใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ
ขณะที่ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ช่วงนี้ OR ยังไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค และติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า OR ได้เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่
อีกด้านหนึ่ง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยกรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ว่า บริษัท เชลล์ แจ้งปรับราคารวม 4 ชนิด มีผลในวันเดียวกันนี้ ดังนี้ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์E20 ราคา 30.44 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์91 ราคา 32.28 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์95 ราคา 32.85 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 1.50 บาท) เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์95 ราคา 49.84 บาท/ลิตร (ไม่เปลี่ยนแปลง) เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 34.14 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 4.20 บาท) และ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาท/ลิตร (ไม่เปลี่ยนแปลง)
สำหรับปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ประกาศปรับราคาน้ำมันขายปลีก เช่นกัน ได้แก่ น้ำมันดีเซลขึ้น 1.80 บาท/ลิตร ยกเว้นน้ำมันพาวเวอร์ ดีเซล เทครอน ดี น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.90 บาท/ลิตร ยกเว้นน้ำมันเบนซิน โกลด์95เทครอน มีผลวันเดียวกันนี้ นับตั้งแต่เวลา11.00 น.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.และปั๊มน้ำมันบางจาก บนถนนวิภาวดีรังสิต กทม.ที่ยังไม่มีการแจ้งปรับราคาน้ำมันพบว่ามีประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องคาดว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตื่นตระหนกกับราคาน้ำมัน ซึ่งประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ และติดตามประกาศทิศทางราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการได้จากกระทรวงพลังงาน เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตราคาน้ำมัน
ส่วนบรรยากาศปั๊มน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีประชาชนทั้งฝั่งไทยและเมียนมา พากันมารอคิวเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะเกรงว่าน้ำมันจะมีราคาสูงขึ้น เช่นเดียวกับที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีปริมาณรถยนต์และจักรยานยนต์จำนวนมาก แห่กันมารอเติมน้ำมันกันตั้งแต่เช้า จนกระทบต่อการจราจรบนถนนเพชรเกษม ซึ่งบางส่วนได้นำแกลลอน หรือภาชนะ มาเติมน้ำมันสำรองไว้ด้วย ขณะที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีรถยนต์และจักรยานยนต์ มารอต่อคิวยาวเพื่อเข้าเติมน้ำมันเพราะเกรงว่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ อาจจะปรับราคาสูงขึ้น
เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องเมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเบรนท์ อยู่ที่ 79.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.70 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 2.2 หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สัญญาดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นไปถึง 82.37 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนจะลดช่วงบวกลงมาปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 1.6 แตะที่ 72.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ในการซื้อขายครั้งก่อน สัญญาดังกล่าวได้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ก่อนจะปรับตัวลดลงมาแต่ยังคงปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3
นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อยังไม่มีสัญญาณการลดระดับความขัดแย้งในเร็ววัน ประกอบกับช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นในทางปฏิบัติ และการที่อิหร่านมีเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ทำให้ความเสี่ยงด้านราคายังคงอยู่ในขาขึ้นและจะเพิ่มมากขึ้นหากความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป