ทูตสหรัฐโร่เข้าพบนายกฯถกสถานการณ์ เตหะรานประณามอเมริกา ยันคนไทย250ชีวิตปลอดภัย

ทูตสหรัฐโร่เข้าพบนายกฯถกสถานการณ์ เตหะรานประณามอเมริกา ยันคนไทย250ชีวิตปลอดภัย

ทูตสหรัฐโร่เข้าพบนายกฯถกสถานการณ์ เตหะรานประณามอเมริกา ยันคนไทย250ชีวิตปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทูตสหรัฐโร่เข้าพบนายกฯ ถกสถานการณ์ เตหะรานประณามอเมริกา ยันคนไทย250ชีวิตปลอดภัย

ทูตสหรัฐฯเข้าทำเนียบฯพบ“อนุทิน”คาดแจงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ขณะทูตอิหร่านประจำประเทศไทยแถลงครั้งแรก ประณาม “สหรัฐ-อิสราเอล” โจมตีอิหร่าน ชี้เป็นก่อการร้ายของคนขลาด ต้องรับผิดชอบ พร้อมแจ้งรัฐบาลไทย คนไทย 250 คน ปลอดภัยไร้บาดเจ็บ พาออกพ้นอิหร่าน ถึงตุรกีแล้ว โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ด้าน “ผบ.ทสส.” ยันกองทัพพร้อมหนุน กต.อพยพคนไทย พ้นพื้นที่ตะวันออกกลาง รับกังวลความปลอดภัยระหว่างเดินทาง เชื่อทั่วโลกกังวลต่อสถานการณ์ มองยากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือไม่ ย้ำไม่ประมาทด้านข่าวกรอง เฝ้าระวังการก่อการร้าย ด้านตร.ถกเกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง สั่งยกระดับเฝ้าระวัง-รักษาความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 12.19 น. นายฌอน เค. โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางมาเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะมีการหารือ และชี้แจงสถานการณ์ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือด้วย

ทูตอิหร่านประณาม‘สหรัฐ-ยิว’

ในช่วงบ่าย ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน นายนาสเซเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เปิดแถลงครั้งแรกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับอิหร่าน ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนไทยและต่างชาติอย่างมากโดยระบุชัดว่าเป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลที่มุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของอิหร่าน ถือเป็นการกระทำที่เลวร้ายถึงขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นการก่อร้าย

ซัดยับเป็นก่อการร้ายของคนขลาด

เอกอัครราชทูตอิหร่านฯกล่าวว่าการกระทำของสหรัฐและอิสราเอลในปฏิบัติการที่เกิดขึ้นรวมทั้งการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการก่อการร้ายที่ขลาดเขลาที่ยิ่งกว่าละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานความสัมพันธ์ในระดับรัฐต่อรัฐที่พึงมีและที่สำคัญจะนำไปสู่หายนะที่ยากจะควบคุม รวมทั้งเป็นการบ่อนทำลายทั้งพื้นฐานความเท่าเทียมทางอธิปไตย และเสถียรภาพของระบบประชาคมโลก

เรียกร้องต้องรับผิดชอบทั้งหมด

“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไม่เพียงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดในตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญทางศาสนาที่ได้รับการเคารพยกย่องจากประชาชนมุสลิมทั้งในประเทศและทั่วโลก การก่อการร้ายต่ออิหร่านนำมา ซึ่งผลอย่างรุนแรง และแน่นอนว่าความรับผิดชอบทั้งหมด จะต้องตกอยู่กับผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอน”เอกอัครราชทูตไฮดารี

เอกอัครราชทูตอิหร่านฯยังระบุว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้นทั้งๆที่อิหร่านกำลังเจรจากับสหรัฐ จึงเป็นที่ชัดเจนว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯเป็นเพียง“ปฏิบัติการลวง” เช่นเดียวกับรอบที่ผ่านมา จึงเห็นได้ว่าอีกฝ่ายได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะโจมตีอิหร่าน นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลว่า ได้เลือกตัวผู้นำสูงสุดคนใหม่ตามที่มีข่าวเผยแพร่ทั้งนี้สภาผู้เชี่ยวชาญยังอยู่ในกระบวนการคัดสรรผู้นำสูงสุดคนใหม่

แจ้ง250คนไทยปลอดภัย

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น เอกอัครราชทูตไฮดารี กล่าวว่า ได้สื่อสารกับกระทรวงการต่างประเทศ และแจ้งให้รัฐบาลไทยทราบแล้วว่าไม่มีคนไทยในอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี ภารกิจสำคัญอันดับแรกสุดที่ได้รับทราบคือ การนำคนไทย 250 คน ออกมาจากอิหร่านอย่างปลอดภัย โดยขณะนี้คนไทยบางส่วนได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานไปยังตุรกีซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับอิหร่านแล้วโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ แต่ประเด็นที่อิหร่านกำลังกังวลอยู่ในขณะนี้คือ ยัง
ไม่แน่ใจว่าจะนำคนอิหร่าน 160 คน ที่ยังติดค้างอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศได้อย่างไร เนื่องจากขณะนี้ไม่มีเที่ยวบินใดที่บินตรงไปยังกรุงเตหะราน ขณะนี้จึงกำลังหาทางออกที่อาจเป็นไปได้เช่นจัดหาเครื่องบินเช่าเหมาลำเพื่อให้คนอิหร่านที่ติดค้างในไทยเหล่านี้เดินทางไปยังตุรกี

กองทัพหนุนกต.อพยพคนไทย

ด้าน พลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอพยพคนไทย จากพื้นที่ตะวันออกกลางตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการนั้นโดยเปิดเผยว่า เราได้มีการเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่แนวทางในการปฏิบัติ ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน

“กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินของกองทัพในการอพยพคนไทยจะมีความยากในคนละมิติกับการใช้เครื่องบินพาณิชย์ซึ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์จะมีความสะดวก แต่เครื่องบินกองทัพก็จะเหมาะอีกบริบทหนึ่งจึงจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น กรณีประเทศอิสราเอลกับประเทศอิหร่านที่แต่ละประเทศจะมีความเฉพาะเจาะจง ในการเลือกแนวทางปฏิบัติซึ่งการที่จะเลือกใช้อะไรก็อยู่ที่ความเหมาะสม รวมทั้งยังระบุอีกว่าการประสานงานกับประเทศต้นทางในการอพยพคนไทย จะดำเนินการผ่านช่องทางการทูตเป็นหลัก”ผบ.ทสส.ย้ำ

รับห่วงความปลอดภัยการเดินทาง

ส่วนการอพยพจะขึ้นอยู่กับปริมาณคนที่จะอพยพและขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเครื่องบินที่ใช้เป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้าเลือกที่จะอพยพด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำโดยจ้างจากประเทศต้นทางก็อาจจะใช้เพียงลำเดียว หากเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะสะดวกต่อการขออนุญาตในการบินผ่านน่านฟ้าด้วย แต่ถ้าใช้เครื่องบินทหารของกองทัพ ก็จำเป็นจะต้องเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งหากมีการอพยพจำนวน 200 คน ก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เที่ยวบิน 3-4 เที่ยวบิน และยังยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องของการเดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ไปยังชายแดนของประเทศตุรกีซึ่งมีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร

ไม่ประมาท-กำชับด้านการข่าว

ขณะที่มิติการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศไทย ซึ่งมีชาวอิสราเอลและชาวอิหร่านอาศัยอยู่จำนวนมากจะมีการเฝ้าระวังด้านข่าวกรองเป็นพิเศษหรือไม่อย่างไรนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า มีการเตรียมด้านการข่าวเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ซึ่งไทยมีการเตรียมพร้อมและไม่ประมาทต่อความเป็นไปได้ ที่อาจมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น โดยได้กำชับให้ทุกส่วนเตรียมความพร้อม

เชื่อทั่วโลกกังวลต่อสถานการณ์

ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้ เชื่อว่าทุกประเทศมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นหมุดหมายที่สำคัญของโลกซึ่งทุกประเทศ ก็เฝ้าติดตามสถานการณ์และประเมินว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระยะสั้น, กลางและระยะยาว โดยมองว่าสถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ทุกประเทศเคยเชื่อมั่นก็เปลี่ยนไปจากเดิมไปสิ้นเชิง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ

“น้ำที่มันขุ่นๆ ตอนนี้มันก็คงจะตกตะกอนและก็คงมองอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น ทุกคนก็กำลังประเมินและประมวลทั้งนั้น”ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าว

ชี้ประเมินยาก/อยากให้จบโดยเร็ว

ส่วนสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวว่ากองทัพไทย ไม่ใช่ผู้ออกแบบการปฏิบัติการเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถประเมินได้ แต่สิ่งที่คิดและคาดหวังคืออยากให้สถานการณ์นี้ จบลงโดยเร็ว ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยจะได้น้อย และจะได้ไม่มีเหตุการณ์ที่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไรมากเนื่องจากสภาพสภาพแวดล้อมของไทย ยังไม่น่าวิตก แต่ย้ำว่าอย่าประมาท

ตร.สั่งยกระดับเฝ้าระวังคุมเข้ม

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง) เป็นประธานการประชุมติดตาม การรายงานการข่าวด้านความมั่นคง และมาตรการป้องกันปราบปรามและรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ อันเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศในตะวันออกกลาง โดยมีผู้แทนหน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ

โดย พล.ต.อ.สำราญฯสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัยและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในทุกพื้นที่ตามสั่งการผบ.ตร.อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติ

Leave a comment