
วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย นายกฯ สถานการณ์ตะวันออกกลาง มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม-เป็นกลาง
วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.36 น.
พิพัฒน์ พา วันนอร์ ขึ้นตึกไทยฯ คุย นายกฯ สถานการณ์ตะวันออกกลาง มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสม-เป็นกลาง หนุนตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ชี้ต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 08.47 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้เข้าสักการะองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวันก่อนปฏิบัติหน้าที่
จากนั้นเมื่อเวลา 08.50 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายก รมว.คมนาคม นำนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายวันนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่อง ประเทศมุสลิม นายกฯ จึงเชิญมาหารือ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศ ที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล และมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว และมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม รวมไปถึงเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าหลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกายสุหนี่ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90% ว่าความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่างแต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะห์มีอยู่ประมาณ 10 %”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการหารือเรื่องงานสภากับนายกฯด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้กกต.รับรอง สส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่คิดว่างานสภาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ กกต.รับรอง สส. ครบถ้วน และพร้อมที่จะเปิดสภาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่าพรรคประชาชาติ เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ด้วย จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง
เมื่อถามว่าไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภานั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องของสภากับรัฐบาลเนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลฯ ไม่สามารถกำหนดเองได้
ทั้งนี้ภายหลังการหารือ โดยเมื่อเวลา 9.50 น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและมว.มหาดไทย รวมถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกและรมว.คมนาคมได้เดินลงมาส่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขึ้นรถก่อนเดินทางกลับ