ส่อง “กองกำลังติดอาวุธ” พันธมิตรอิหร่าน จับตาเป็นไพ่ตาย ใช้ตอบโต้สหรัฐฯ

ส่อง "กองกำลังติดอาวุธ” พันธมิตรอิหร่าน จับตาเป็นไพ่ตาย ใช้ตอบโต้สหรัฐฯ

4 มี.ค. 2569 21:31 น.

ส่อง “กองกำลังติดอาวุธ” พันธมิตรอิหร่าน จับตาเป็นไพ่ตาย ใช้ตอบโต้สหรัฐฯ

ส่อง “กองกำลังติดอาวุธ” พันธมิตรอิหร่าน จับตาร่วมตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล ยกระดับความรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญคาดอาจถูกใช้เป็น “ไพ่ตาย” ก่อการร้าย-โจมตีพลเรือน ⁣

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากปฏิบัติการ Epic Fury โจมตีทางอากาศต่อ อิหร่าน หลังการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่ 3 ระหว่างวอชิงตันและเตหะรานในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ประสบความสำเร็จตามที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการ โดยอ้างว่าเพื่อทำลายคลังแสงและโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และได้มีการสังหาร อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมผู้นำทหารและนักการเมืองระดับสูงอีกหลายคน

ซึ่งทางอิหร่านก็ไม่ยกธงขาวง่ายๆ เดินหน้าเลือกผู้นำคนใหม่ และทำการตอบโต้ทันที ภายใต้ปฏิบัติการชื่อ True Promise IV ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีไปยังอิสราเอลและประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เช่น UAE กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน คูเวต จอร์แดน อิรัก โดยมีการโจมตีสนามบินนานาชาติดูไบ แท่นขุดเจาะน้ำมัน ฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงขู่ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันและสินค้าที่สำคัญ ทำให้กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันทั่วโลก

ไม่เพียงแต่การตอบโต้ของกองทัพ 2 ฝ่ายเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไปว่า อิหร่านให้การสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทางผู้เชี่ยวชาญมองว่า กลุ่มตัวแทนเหล่านี้อาจถูกใช้งานเพื่อโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ รวมถึงพลเรือน และทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคขยายตัวมากยิ่งขึ้น

กลุ่มติดอาวุธ พันธมิตร “อิหร่าน”

อิหร่าน ได้จัดตั้งและให้การสนับสนุนหลายกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรทั่วพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยมีกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ทำหน้าที่หลักในการประสานงาน ให้การฝึกฝน สนับสนุนอาวุธและเงินทุน เพื่อให้กลุ่มเหล่านี้รักษาผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ให้อิหร่านในภูมิภาค เครือข่ายเหล่านี้ถูกเรียกว่า “แนวร่วมแห่งการต่อต้าน” (Axis of Resistance) ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกัน ในการต่อต้านอิทธิพลมหาอำนาจตะวันตกและทำลายอิสราเอล

กลุ่มตัวแทน (proxy) หลักของอิหร่าน คือกองกำลังจากประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ เช่น อิรัก เลบานอน อย่างไรก็ตามก็มีกลุ่มติดอาวุธที่เป็นมุสลิมนิกายซุนนีที่อิหร่านสนับสนุนเช่นกัน คือ ดินแดนปาเลสไตน์ ซีเรีย และเยเมน

  • ฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1980s มีฐานใหญ่อยู่ในประเทศเลบานอน เป็นกลุ่มติดอาวุธที่ “ทรงพลัง” ที่สุดในตะวันออกกลาง จนถูกขนานนามว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” นอกจากนี้ยังมีสายลับแฝงตัว (sleeper cell) อยู่ทั่วทุกมุมโลก และพร้อมเคลื่อนไหวหากได้รับคำสั่ง โดยคาดกันว่ามีกองกำลังอยู่ราว 4-5 หมื่นคน แต่บางแหล่งระบุว่าอาจมีถึง 1 แสนคน และมีอาวุธจำนวนมาก บางรายงานเปิดเผยว่า มีจรวดและมิสไซล์หลายระยะ รวมกันกว่า 1.5 – 2 แสนลูก

ยุทธวิธีของฮิซบอลเลาะห์มีหลากหลาย ตั้งแต่การยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดน การใช้โดรนพลีชีพ การขุดอุโมงค์แทรกซึม ไปจนถึงการปฏิบัติการก่อการร้ายในระดับสากล

อิหร่าน ถูกระบุว่าเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทั้งการฝึกฝนกองกำลัง อาวุธ และเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของบาชาร์ อัล-อัสซาด ในซีเรีย รวมถึงเงินทุนจากกลุ่มธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ และชุมชนชาวเลบานอนในต่างแดนด้วย

โคลิน คลาร์ก ผู้อำนวยการบริหารของ Soufan Center สถาบันวิจัยด้านความมั่นคงและต่อต้านการก่อการร้าย ในนิวยอร์ก สหรัฐฯ มองว่า ฮิซบอลเลาะห์ เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่โลกตะวันตกต้องกังวลมากที่สุด และมีขีดความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์
  • กบฏฮูตี (Houthis)

มีฐานอยู่ในประเทศเยเมน ก่อตั้งขบวนการในช่วงทศวรรษ 1990 และได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในปี 2014 หลังออกมาต่อต้านรัฐบาลเยเมนจนกลายมาเป็นสงครามกลางเมือง

ปัจจุบันกบฏฮูตีควบคุมเมืองหลวงซานอา และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ควบคุมหลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายฝั่งทะเลแดง รวมถึงเมืองท่าสำคัญอย่างเมืองโฮเดดาห์ มีอำนาจเหนือช่องแคบบาบุลมันดับ ซึ่งอยู่ใต้สุดของทะเลแดง และเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่เชื่อมเอเชียกับยุโรป

ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2023 กบฏฮูตี ได้โจมตีเรือพลเรือนและเรือรบในทะเลแดงที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอิสราเอล เพื่อเป็นการตอบโต้ที่อิสราเอลทำสงครามในฉนวนกาซา ทำให้การขนส่งในทะเลแดงลดลงอย่างมาก

ข้อมูลของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2010 ได้ประมาณการว่า กลุ่มกบฏฮูตีมีสมาชิก 100,000 – 120,000 คน ทั้งที่เป็นกำลังทหารและพลเรือนผู้ให้การสนับสนุนโดยไม่ติดอาวุธ ขณะที่สำนักข่าว AP รายงานเมื่อปี 2024 ว่ากลุ่มกบฏฮูตี อาจมีจำนวนมากถึง 350,000 คน 

อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Hill ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ควรกังวลกับกลุ่มฮูตีให้มากกว่านี้ โดยกบฏฮูตี เคยตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการ Rough Rider เมื่อช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. เพื่อทำลายคลังอาวุธ ปกป้องเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง แต่ปฏิบัติการก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก และกลุ่มฮูตีก็กลับมาโจมตีเรือพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว

“ผมจะกังวลมากกว่า ว่ากลุ่มฮูตีจะพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และโจมตีโดยตรงต่อพลเรือนชาวอิสราเอล” เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าว

  • ฮามาส (Hamas) และ กลุ่มอิสลามิก จิฮาด (PIJ)

มีฐานอยู่ในปาเลสไตน์ โดยฮามาสก่อตั้งในปี 1987 ขณะที่ PIJ ก่อตั้งในปี 1970 โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือต่อต้านอิสราเอลและสถาปนารัฐอิสลามในปาเลสไตน์ ในช่วงก่อนหน้าสงครามในฉนวนกาซาเมื่อ ต.ค.2023 ฮามาสมีขีดความสามารถในการผลิตจรวดได้เอง และมีคลังแสงจรวดและปืนครกกว่า 20,000 ลูก ยุทธวิธีหลักคือการใช้จรวด ระเบิดพลีชีพ และการบุกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ 

ขณะที่ PIJ เป็นกลุ่มขนาดเล็กและลับสุดยอด คาดมีสมาชิกหลักพันคน โดยเน้นทำงานใต้ดิน เชี่ยวชาญการระเบิดพลีชีพและโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือน อย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มอ่อนแรงลงมากจากการทำสงครามในฉนวนกาซา

กลุ่มฮามาส
กลุ่มฮามาส
  • กลุ่ม PMF

กลุ่ม Popular Mobilization Forces (PMF) หรือ กองกำลังระดมมวลชน เป็นเครือข่ายของกลุ่มนักรบชีอะห์ ซึ่งได้รวมตัวกันตั้งแต่ปี 2014 เพื่อขับไล่ ISIS ซึ่งเป็นนักรบซุนนีออกจากอิรัก และต่อมาในปีได้รับการรับรองให้มีสถานะทางกฎหมายแยกออกจากทหารอิรัก โดยคาดว่ากองกำลังของทุกกลุ่มรวมกัน อาจสูงถึง 1-2 แสนนาย

กลุ่มติดอาวุธในร่ม PMF ที่มีชื่อเสียง เช่น กลุ่มคะตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kata’ib Hezbollah) ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการหลักในอิรักและในซีเรียบางช่วง คาดการณ์ว่ามีกำลังพลราว 1 หมื่นนาย, องค์กรบะดัร (Badr Organization) ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 ปัจจุบันมีสถานะเป็นทั้งพรรคการเมืองและกองกำลัง โดยคาดว่ามีนักรบราว 1-2 หมื่นนาย

  • กลุ่มพันธมิตรในบาห์เรน

มีรายงานว่าอิหร่าน สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มในบาห์เรน แต่ไม่ใช่กลุ่มที่มีขนาดใหญ่ อาทิ Al-Ashtar Brigades และ Saraya al-Mukhtar ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่ต่อต้านราชวงศ์และรัฐบาลบาห์เรนที่เป็นซุนนี โดยถูกจัดเป็นองค์กรก่อการร้ายจากหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ โดยยังไม่มีรายงานจำนวนกำลังพลที่แน่ชัด โดยปฏิบัติการก่อวินาศกรรม และโจมตีเป้าหมายความมั่นคงในบาห์เรน

จับตากลุ่มติดอาวุธพันธมิตร ร่วมตอบโต้สหรัฐฯ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็มีรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านได้ร่วมปฏิบัติการตอบโต้สหรัฐฯ โดย ฮิซบอลเลาะห์ ได้ยิงจรวดกว่า 200 ลูกเข้าไปในอิสราเอลตอนเหนือ ประกาศพร้อมเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมน ได้ประกาศกลับมาปฏิบัติการในทะเลแดง โจมตีเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วย โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลว่า อิหร่าน อาจใช้กลุ่มตัวแทนเหล่านี้โจมตีหรือก่อการร้ายเพื่อเป็นการตอบโต้

เบรตต์ เวลิโควิช อดีตทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษข่าวกรอง ซึ่งเคยประจำการในอิรักและอัฟกานิสถาน กล่าวว่า หากสหรัฐฯ เลือกที่จะทำปฏิบัติการแบบต่อเนื่องยาวนาน แทนที่จะเป็นการโจมตีแบบรวดเดียวจบ อิหร่าน “ก็น่าจะพยายามปล่อยกลุ่มตัวแทน (proxies) ออกมาโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในภูมิภาค”

เวลิโควิช เสริมว่า หากสหรัฐฯ ทำปฏิบัติการต่อเนื่องเหมือนที่เคยทำในอิรักและอัฟกานิสถาน จะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพิ่มเวลาให้กลุ่มตัวแทนเหล่านี้ใช้เหตุผลทางศาสนาไปโน้มน้าวผู้คนให้เข้าร่วมมากขึ้น และจะมีการปฏิบัติภารกิจที่อันตรายมากขึ้น โดยสันนิษฐานว่ากลุ่มเหล่านี้น่าจะมุ่งเป้าโจมตีโดรนและยุทโธปกรณ์ทางเรือของสหรัฐฯ อย่างที่กบฏฮูตีเคยทำมาแล้ว และอาจบานปลายไปถึงการลอบสังหารนักการทูต การลักพาตัว หรือการ “สร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย” ในพื้นที่ที่มีชุมชนชาวอิหร่านขนาดใหญ่ เช่น UAE

กลุ่มกบฎฮูตี
กลุ่มกบฎฮูตี

ขณะที่ โคลิน คลาร์ก ผู้อำนวยการบริหารของ Soufan Center กังวลว่า สถานทูตสหรัฐฯ ในยุโรป รวมถึงโรงแรมต่างๆ อาจตกเป็นเป้าของการโจมตี

“กลุ่มเหล่านี้มักมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายพลเรือน หากมองเช่นนี้ เป้าหมายจึงมีได้ไม่จำกัด อย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มี sleeper cells อยู่ทั่วโลก นี่อาจถึงเวลาที่อิหร่านจะเรียกใช้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของพวกเขา”

จาเวด อาลี อดีตผู้อำนวยการอาวุโส ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ มองว่าอาจมีภัยคุกคามร้ายแรงจากการก่อการร้ายในภูมิภาค โดยองค์กรที่อันตรายที่สุดใต้ร่มของอิหร่าน คือ “กองกำลังคุดส์” (Quds Force) หน่วยลับของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เพราะพวกเขาได้รับการฝึกฝน ติดอาวุธ และเป็นพันธมิตรกับ แนวร่วมแห่งการต่อต้าน (Axis of Resistance) มานานหลายทศวรรษ

“สำหรับผม นี่คือไพ่ตายของอิหร่าน หากพูดถึงสงครามนอกรูปแบบ และพวกเขายังไม่เคยใช้มันกับสหรัฐฯ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ภายนอกพื้นที่อิรัก” อาลีกล่าว

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มองว่า กลุ่มติดอาวุธตัวแทนเหล่านี้อาจไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะอ่อนแอลงมากหลังถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

พลเรือเอก วิลเลียม ฟัลลอน อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวกับ The Hill ว่า ในช่วงหลังมานี้ ฮิซบอลเลาะห์เงียบผิดปกติและไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดีมากนัก ที่จะโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ

“ผมไม่คิดว่าจะมีกลุ่มไหนที่จะทำอะไรได้มากนักในตอนนี้ อย่างฮิซบอลเลาะห์แม้มีจรวดจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่อิสราเอล ส่วนใหญ่พวกเขาอยู่ในสภาวะตั้งรับและพยายามเอาตัวเองให้รอดมากกว่า” ฟัลลอน กล่าว

ที่มา :  thehillcfr.orgcfr.orgvoanewsbbc 

Leave a comment