ไม่สนรบ.แจงมีนํามันเพียงพอ ปชช.ยังแห่กักตน ‘อนุทิน’ย้ำตรึงราคา15วัน

ไม่สนรบ.แจงมีนํามันเพียงพอ ปชช.ยังแห่กักตน ‘อนุทิน’ย้ำตรึงราคา15วัน

ไม่สนรบ.แจงมีนํามันเพียงพอ ปชช.ยังแห่กักตน ‘อนุทิน’ย้ำตรึงราคา15วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไม่สนรบ.แจงมีนํามันเพียงพอ
ปชช.ยังแห่กักตน
‘อนุทิน’ย้ำตรึงราคา15วัน
มท.สั่งผู้ว่าฯทั่วปท.รับมือ
ยึด3มาตรการดูแลคนไทย

ชาวบ้านยังกังวล แห่ตุนน้ำมัน เมินรัฐบาลแจงมีเพียงพอ นายกฯย้ำสั่งตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ลั่นปั๊มไหนขึ้นราคาเกินกรอบ เข้าข่ายผิดกฎหมาย ด้านปลัด มท.สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ เข้มมาตรการรับมือผลกระทบ ส่วนปลัดพลังงาน เผยรอประเมินสถานการณ์ ขณะที่ กกร.ห่วงราคาพลังงาน พุ่ง ฉุด GDP ต่ำกว่า 1.6%

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่มีกระแสข่าวว่าน้ำมันจะหมดและจะขึ้นราคา อันเป็นผลจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ต่างแห่กันออกมาเติมน้ำมันและกักตุนน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ โดยที่ จ.แม่ฮ่องสอน พบว่ามีประชาชน พากันนำรถยนต์และจักรยานยนต์ มาเติมน้ำมันจนทางปั๊มต้องแจ้งว่าน้ำมันหมดเกลี้ยง ต้องรอรถบรรทุกน้ำมัน มาส่งให้ใหม่ ซึ่งปั๊มทุกแห่งได้แจ้งห้ามประชาชนนำแกลลอน หรือภาชนะต่างๆ มาเติมน้ำมันโดยเด็ดขาด

ที่ จ.สิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผวจ.สิงห์บุรี พร้อมด้วย นายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรีนำคณะ ตรวจสถานบริการน้ำมัน เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมัน และกักตุนสินค้า พร้อมกับสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก โดยเน้นย้ำว่าปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงพอ ไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลน

ส่วนที่ จ.ยะลา ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ อ.เบตง ต่างพากันแห่เข้าคิวเติมน้ำมัน จนบรรยากาศปั๊มน้ำมันต่างๆ เขตเทศบาลเมืองเบตง และปั๊มโดยรอบ เนืองแน่นไปด้วยรถยนต์ จักรยานยนต์ซึ่งปั๊ม ปตท.บนถนนสุขยางค์ ที่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.ผ่านไปเพียง 2 ชั่วโมง น้ำมันดีเซล ก็หมดทันที อย่างไรก็ตาม ปั๊มยังมีน้ำมันสำรองที่จะมีรถบรรทุกมาส่งประชาชนยังสามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ สำหรับปั๊มน้ำมัน PT เขตเทศบาลเมืองเบตง ได้ขึ้นป้ายขายน้ำมันดีเซล ให้เฉพาะการเติมใส่ถังของรถยนต์เท่านั้น ไม่ขายในกรณีที่ซื้อใส่แกลลอน และถังสำรอง โดยน้ำมันเบนซิน และน้ำมันชนิดอื่นๆ ยังคงขายตามปกติ ซึ่งมีรถทุกชนิด มาเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างแน่นขนัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวลถึงผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเริ่มกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่ากระทรวงพลังงาน และตนได้ให้คำยืนยันแล้วว่าเรื่องของราคาพลังงาน น้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบไม่ว่าจะบวกหรือลบ เราจะตรึงราคาไว้อย่างน้อย 15 วัน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกักตุนน้ำมัน หรือสินค้าอุปโภค-บริโภค โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตาม เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค การกักตุนน้ำมันเป็นอันตราย เอาไปเก็บไว้อาจจะเป็นเชื้อเพลิง

เมื่อถามว่า มีปั๊มน้ำมันบางแห่ง ชิงขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ปั๊มไหนขึ้น รัฐบาลบอกแล้ว เราได้รับคำยืนยันจาก ปตท.แล้วว่า ไม่ปรับขึ้นราคา ใครจะชิงขึ้นราคาเราก็ต้องดู ถ้าใครปรับราคาขึ้นแล้วผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการ ต่อข้อถามต่อว่า ปั๊มเชลล์ขึ้นราคาน้ำมัน 4 บาท นายกฯ ย้อนถามว่า“ลงมาแล้วไม่ใช่หรือ ลดราคาลงมาแล้วเมื่อเช้านี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนวิตกกังวลน้อยลง เพราะรัฐบาลระบุว่าพลังงานสำรองอาจอยู่ได้ไม่เกิน60 วัน นายกฯตอบว่าก็ทำทุกอย่าง ได้ออกมาตรการหลายอย่าง เรื่องการตรึงราคาน้ำมันก็เป็นมาตรการและเป็นนโยบายที่กระทรวงพลังงาน ดำเนินการไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ช่วยประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคที่มีปัญหาในตะวันออกกลาง และติดตาม สถานการณ์ด้วยความเป็นหาห่วง เพราะเรามีพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่าเป็นญาติเรา ที่เขามีความเดือดร้อน เราก็เป็นห่วงเขา แต่ต้องไม่ตื่นตระหนก

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสั่งการไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ดำเนินการ3 มาตรการ ได้แก่ 1.แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ โดยป้องกันการฉกฉวยโอกาสการขึ้นราคาและการกักตุน รวมทั้งกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

2.สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภค-บริโภคยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจการดำเนินงานของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน และ 3.กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาลและของทุกส่วนราชการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนกรณีมีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นายกฯได้เน้นย้ำในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท เป็นเวลา 15 วัน จากนั้นคงต้องมาประเมินสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่ใช่ว่าพ้นเวลา 15 วันแล้ว ราคาขายปลีกจะปรับขึ้นทันที สำหรับมาตรการอื่นๆในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีเพิ่มเติมอะไร แต่มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ประสานกระทรวงพาณิชย์ ในการดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหลังจากนี้จะมีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน จะรณรงค์ในการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้ ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานในตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ เช่น การปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น และการเปิดแอร์
ที่ 26 องศาเซลเซียส เป็นต้น

ส่วน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือในส่วนที่เกี่ยวกับแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้มีเพียงพอ ร้านค้า ผู้ประกอบการ ต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด

ขณะที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศคงราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท.และบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ ทั้งนี้ ปตท.ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม

วันเดียวกัน นายเกรียงไกร เธียรนุกุลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าราคาน้ำมัน ราคาก๊าซธรรมชาติ ในตลาดล่วงหน้ามีแนวโน้ม
เพิ่มสูงขึ้นและจะยังอยู่ในระดับสูง ช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังกระทบการขนส่งสินค้า รวมถึงสินค้าพลังงานทางเรือ และการเดินทางทางอากาศ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากราคาพลังงานในประเทศซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือนที่จะสูงขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวในระยะที่เที่ยวบินที่ผ่านตะวันออกกลาง ถูกยกเลิก

เบื้องต้นสภาพัฒน์ ประเมินว่าการสู้รบในตะวันออกกลางอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโตได้เพียง 1.3%-1.6% ต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6%-2.0%โดย กกร. จะมีการทบทวนต่อไป

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า กกร.มองว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามยังปรับขึ้นไม่มาก เบื้องต้นกระทรวงพลังงาน ได้ตรึงราคาดีเซลออกไป 15 วัน ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการไม่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่น่าห่วง คือราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เริ่มทยอยปรับขึ้น หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเชื่อว่าก็จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน แต่ในระยะสั้นเชื่อว่าจะยังไม่ผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยเชื่อว่าไทยจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อภาคเอกชนก็จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

อีกด้านหนึ่ง ว่าที่ ร.ต.รัฐกร เขียวไพศาล รอง ผอ.รักษาการ ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ระบุว่าสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงาน และต้นทุนการขนส่งทางทะเลระดับสากล อาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ กทท.ได้ติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางทะเล ยืนยันว่าการให้บริการท่าเรือภายใต้การกำกับดูแลทุกแห่งยังคงดำเนินงานตามปกติ ทั้งท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง โดยมีระบบบริหารจัดการท่าเรือและแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน รองรับเรือเข้า-ออกและการขนถ่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,384.61 จุด ปรับตัวลดลง 81.90 จุด คิดเป็น -5.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท การลดลงของดัชนีสอดคล้องกับทิศทางตลาดทุนทั่วโลกจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในช่วงเช้าวันนี้ SET Index ปรับตัว ลดลง 8.01% ส่งผลให้มาตรการ Circuit Breaker ทำงาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันหยุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดอื่นเปิดทำการและปรับตัว ลงไปแล้ว ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดอื่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย และถึงแม้ 2 วันที่ผ่านมา SET Index จะปรับตัวลดลง แต่นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ผลตอบแทน (Index Return) บวกเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน

Leave a comment