
6 มี.ค. 2569 12:39 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา ตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต หลังปฏิบัติการจับกุม “มาดูโร”
สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาประกาศฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตและกงสุลอย่างเป็นทางการ หลังความตึงเครียดยาวนานหลายปี โดยเกิดขึ้นภายหลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐที่นำไปสู่การจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เมื่อต้นปี ขณะที่ทั้งสองฝ่ายระบุจะร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจและผลักดันกระบวนการปรองดองทางการเมือง
สหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและกงสุลระหว่างกันอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ถูกตัดขาดมาตั้งแต่ปี 2019 โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ หลังเกิดเหตุการณ์ที่สหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า การฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพ สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และผลักดันกระบวนการปรองดองทางการเมืองในเวเนซุเอลา รวมถึงสร้างเงื่อนไขสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มผ่อนคลายลงตั้งแต่เดือนมกราคม หลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารบุกจับกุมนายมาดูโรและภรรยา ก่อนนำตัวไปขึ้นศาลในนครนิวยอร์กเพื่อเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาวุธและการค้ายาเสพติด ซึ่งทั้งสองปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลสูงเวเนซุเอลาได้แต่งตั้งเดลซี โรดริเกซ ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ และเริ่มเปิดการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงการากัสซึ่งปิดทำการตั้งแต่ปี 2019 ได้กลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง
รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุในแถลงการณ์ว่า พร้อมเดินหน้าสู่ “ยุคใหม่ของการเจรจาเชิงสร้างสรรค์” บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และความเสมอภาคทางอธิปไตยของรัฐ พร้อมแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ที่ฟื้นขึ้นจะนำไปสู่ความเป็นอยู่ทางสังคมและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของประชาชนเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์จากรัฐบาลเวเนซุเอลาไม่ได้กล่าวถึงแผนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหรือการเลือกตั้งในอนาคต ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ย้ำว่าการมีส่วนร่วมกับเวเนซุเอลามุ่งเน้นการสร้างเงื่อนไขสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างสันติ
แหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า เจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย จะถูกย้ายไปประจำการที่กรุงการากัสเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาแบบเผชิญหน้าและการให้บริการกงสุลแก่ประชาชน
ในอีกด้านหนึ่ง ความร่วมมือระหว่างสองประเทศเริ่มขยายไปสู่ด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ หลังจากสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน และอนุญาตให้เวเนซุเอลาขายน้ำมันภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ ขณะที่เวเนซุเอลาได้ปรับกฎหมายเพื่อเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันมากขึ้น
นอกจากน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาลซึ่งมากที่สุดในโลกแล้ว เวเนซุเอลายังมีทรัพยากรแร่สำคัญ เช่น ทองคำ เพชร และแร่หายากหลายชนิด ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประเทศนี้ยังคงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลก.
ที่มา BBC