อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง  สู้วิกฤติน้ำมัน

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน คนยังตื่นแห่เติมเกลี้ยงปั๊ม รัฐไฟเขียว6มาตรการช่วย

นายกฯ เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ-กระทรวงการต่างประเทศ รับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ถกหาแหล่งน้ำมันสำรองยอมรับหลังมีนาคมจะมีน้ำมันเข้าประเทศลดลง รัฐบาลเคาะ6มาตรการด่วน-1 แผนปฏิบัติการ ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ยังแห่เติมน้ำมัน หวั่นราคาพุ่ง แม่รัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน โดยที่ อ.หล่มสัก-หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เติมกันจนเกลี้ยงปั๊ม ต้องสั่งห้ามนำแกลลอน ภาชนะใดๆ มาเติม ส่วนปั๊มใน อ.เบตง จ.ยะลา แค่ชั่วโมงเดียว น้ำมันขายหมด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายอนุทิน ได้กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องขออภัยวันนี้มีการเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ตนได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทย จะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น

“ทราบมาว่า มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้ตนคงจะต้องขอให้ท่านแยกแยะให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งมาจากตรงไหนบ้าง ในฐานะที่ รมว.พลังงาน และนายพิพัฒน์ เคยมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมัน ตนคงต้องอนุญาตให้ท่านได้ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์มีผลกระทบน้อยที่สุด และขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาพูดคุยกับประเทศอื่นๆ ในการสั่งซื้อน้ำมัน และเชื้อเพลิงอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้ภายในประเทศได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเร่งปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต

นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1.สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจำนวน 10 คู่สาย 2.เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ 3.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด 4.สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platformที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น 5.การกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำ โดย สคบ. เข้มงวดควบคุมการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย 6.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย

สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความตื่นตระหนกของประชาชนว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะขาดแคลน และมีราคาเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการรองรับ และสั่งตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 15 วัน แล้วก็ตาม โดยในพื้นที่ อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ประชาชนต่างพากันนำรถทุกประเภท ออกมาต่อแถวเข้าคิวรอเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมัน จนแถวยาวเหยียด นับตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้น้ำมันดีเซล หมดเกลี้ยงจากถังสำรอง ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยเฉพาะในเขต อ.หล่มเก่า ที่น้ำมันหมดตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.แล้ว โดยคาดว่ารถบรรทุกน้ำมันล็อตใหม่ จะเข้ามาเติมสต๊อกได้ในช่วงบ่าย เพื่อกลับมาเปิดจำหน่ายน้ำมันให้กับลูกค้าตามปกติอีกครั้ง แต่เพื่อป้องกันการกักตุน ทางสถานีบริการฯ จึงมีการจัดระเบียบการจำหน่ายให้ทั่วถึง โดยทั้ง 6 แห่งในตัวเมืองหล่มสัก ประกาศไม่อนุญาตให้เติมน้ำมันใส่แกลลอน หรือภาชนะใดๆ ให้เติมเฉพาะในถังของตัวรถเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ หากราคาน้ำมันจะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือการไม่มีน้ำมันใช้

ที่ จ.ยะลา สถานีบริการน้ำมัน PT เบตง ถนนรัตนกิจ อ.เบตง มีประชาชนจำนวนมากได้มารอเข้าคิวตั้งแต่เช้า เพื่อเติมน้ำมัน ซึ่งระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง น้ำมันทุกชนิดก็หมดลงทันที ทางสถานีบริการฯ ต้องปิดประตูเพื่อไม่ให้รถทุกชนิดเข้ามาเติม เนื่องจากปริมาณน้ำมันมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยหนึ่งในผู้มาใช้บริการ เปิดเผยว่า มารอจนได้คิวสุดท้ายและได้เติมน้ำมัน

จากการสอบถามเจ้าของสถานีบริการฯ ทราบว่าปริมาณน้ำมันมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ชาวบ้านไม่ต้องตกใจเพราะน้ำมันกำลังมาจากคลังที่ จ.สงขลา อีก 20,000 ลิตรโดยที่คลังน้ำมันใน จ.สงขลา มีคลังน้ำมันหลัก 2 แห่ง (คลัง OR และคลังร่วมสงขลา) มีกำลังการจ่ายน้ำมัน รวมกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน ยืนยันว่าน้ำมันในพื้นที่มีเพียงพอสำหรับกระจายไปยังจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (ตรัง พัทลุง สงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และบางส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช) อย่างแน่นอน

ขณะที่ด่านตรวจศุลกากรเบตง จ.ยะลา นายกิตติภัค ชวาลา นายด่านศุลกากรเบตง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเบตง คุมเข้มตรวจพาหนะทุกประเภทของไทย ที่เข้าไปเติมน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน น้ำมันดีเซล ราคาลิตรละ 2.9ริงกิต คิดเป็นเงินไทยราว 23.2 บาท เบนซินลิตรละ 2.9ริงกิต หรือเท่ากับ 23.2 บาท และเบนซิน 97 ลิตรละ 3.0ริงกิต เท่ากับ 24 บา? ส่วนราคาน้ำมันดีเซลใน อ.เบตง จ.ยะลา ขณะนี้ดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 30.48 บาท น้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 31.09 บาท น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 39.68 บาท โดยทางสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เบตง ยังคงราคาเดิม

สำหรับดัชนีหุ้นไทยประจำวันที่ 5 มี.ค. 1,417.29 +32.68มีมูลค่าซื้อขาย 106,582.21 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขาย -7,208.23 ล้านบาทตลาดหุ้นวันนี้ปิดบวก

Leave a comment