
ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี
วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วยทีมพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่สวนป๋าชัยมะพร้าวซิ่ง ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เนื่องจากขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ อย่างมาก ล่าสุดเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนว่าที่ลงมาพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาสำรวจราคามะพร้าวน้ำหอม พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนโดยตรง เพื่อสะท้อนปัญหาถึงรัฐบาลในการหาแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือเรื่องราคาขายส่งออก รวมถึงปัญหากลุ่มทุ่นต่างชาติที่แอบแฝงทำธุรกิจ กดราคารับซื้อหน้าสวน
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนแสนสาหัส เพราะ “ล้ง” และโรงงานส่งออก ซึ่งแท้จริงคือ “กลุ่มทุนต่างชาติ” โดยเฉพาะ “ทุนจีน” ที่เข้ามาสวมรอยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ กดราคารับซื้อถึงหน้าสวนอย่างไร้ความปรานี เป็นการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรไทยบนแผ่นดินเกิดของตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
.jpg)
“จากที่ได้มาติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ พบว่าวันนี้เกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะราคาซื้อที่สวน โดนกดราคาจากล้ง จากโรงงานส่งออก ที่เรียกว่าเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ ทุนจีนเนี่ยแหละครับ มาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร จึงอยากตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า ปล่อยให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ได้อย่างไร รัฐบาลต้องเข้าไปดูว่าการที่มีทุนต่างชาติ ทุนจีน มาทำธุรกิจล้ง ธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ ทำได้อย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นนอมินีหรือเปล่า รัฐบาลต้องไปกำกับดูแล ไม่ให้ทุนจีน ทุนต่างชาติเหล่านี้มาเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร มาเอาเปรียบคนไทยไม่ได้ ต้องเข้าไปดู” หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า ความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่สวนมะพร้าว แต่ภัยคุกคามที่กำลังขยายวงกว้าง ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ ที่กำลังตกเป็นเหยื่อ แต่ยังลุกลามไปถึง “ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ใช้ “นอมินี” เข้ามาฮุบกิจการ เอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกเกียร์ว่าง จัดการกับขบวนการนอมินีผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่เศรษฐกิจฐานรากของไทยจะถูกทุนต่างชาติกลืนกินจนไม่เหลือซาก
.jpg)
ขณะที่เจ้าสวนป๋าชัยมะพร้าว เผยว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมปีที่ผ่านมาดีกว่าปีนี้เยอะมาก 2-3 เท่าตัว ซึ่งมองว่าต้นตอของปัญหามาจากทุนจีน ที่เข้ามามีบทบาททางการค้าภายในประเทศ โดยการรวบขั้นตอนการรับซื้อ ขายออก และส่งต่างประเทศ แบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งมีการกำหนดราคารับซื้อจากยี่ปั๊วะ ซึ่งเป็นคนจีนด้วยกันอีกด้วย ขณะที่แนวทางแก้ไข มองว่าผู้มีอำนาจ หรือทางรัฐบาลเท่านั้นที่จะแก้ไขได้ โดยเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระบบ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เข้ามาตกลงเรื่องราคาอย่างเป็นธรรม และค้นหาว่าเม็ดเงินหายไปในช่วงใดของระบบ
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
