พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย ยันพลังงานไทยยังปึก

พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย  ยันพลังงานไทยยังปึก

พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย ยันพลังงานไทยยังปึก

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฯ กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย บูรณาการการทำงานทุกฝ่าย พร้อมสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ย้ำสถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ 

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 6 มี.ค.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ

นายพิพัฒน์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ “ศบก.” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและทันต่อสถานการณ์

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์

Leave a comment