ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

8 มี.ค. 2569 05:33 น.

ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศกร้าวว่า อิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป “ด้วยสรรพกำลังทั้งหมดที่เรามี” พร้อมอ้างว่า อิสราเอลกับสหรัฐฯ ใกล้ยึดครองน่านฟ้าของอิหร่านได้ทั้งหมดแล้ว

เมื่อ 7 มี.ค. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า อิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป “ด้วยสรรพกำลังทั้งหมดที่เรามี” และบอกด้วยว่าตอนนี้ กองกำลังของพวกเขาใกล้คุมน่านฟ้าของอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว

ในแถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งบันทึกไว้ล่วงหน้า เนทันยาฮูอ้างว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเข้า “ควบคุมน่านฟ้าของอิหร่านได้เกือบทั้งหมด” และระบุว่ายังมี “เป้าหมายและเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่เตรียมไว้”

“เราจะสั่นคลอนเสถียรภาพของระบอบการปกครองนี้ และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น” ผู้นำอิสราเอลกล่าว โดยก่อนที่แถลงการณ์นี้จะถูกเผยแพร่ไม่นาน อิสราเอลเพิ่งประกาศการโจมตีกรุงเตหะรานระลอกใหม่

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังส่งคำขู่โดยตรงไปยังสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยรบระดับชนชั้นนำของอิหร่าน ว่า “เรากำลังเล็งพวกคุณอยู่”

เขาบอกด้วยว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ จะ “สร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้ประชาชนชาวอิหร่านสามารถกำหนดโชคชะตาด้วยมือของตนเองได้” พร้อมทั้งกระตุ้นให้ชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นสู้

“ช่วงเวลาแห่งความจริงกำลังใกล้เข้ามา เราไม่ได้ต้องการที่จะแบ่งแยกอิหร่าน แต่ต้องการปลดปล่อยอิหร่านจากการกดขี่ของทรราชเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกคุณ”

เนทันยาฮูยังพูดถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเขาเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนปฏิบัติตามข้อผูกมัดภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเดือนพฤศจิกายน 2567 และดำเนินการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

“หากล้มเหลวในการดำเนินการดังกล่าว จะส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อเลบานอน ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณต้องกำหนดโชคชะตาด้วยมือของตนเอง เราจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อปกป้องพลเมืองของเรา” เนทันยาฮูกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Leave a comment