
ประชาคมแพทย์ ชี้ เกาะพะงันส่อวิกฤต! ทุนนอก นอมินี ฮุบที่ดิน เสี่ยงดึงไทยใกล้จุดยุทธศาสตร์สงคราม
วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.16 น.
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เกาะพะงัน : เมื่อ “นอมินี + เงินต่างชาติ + เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน” อาจกำลังพาประเทศไทยเข้าใกล้ความเสี่ยงระดับโลก
ในขณะที่ สงครามระหว่าง สหรัฐร่วมกับอิสราเอล ฝ่ายหนึ่ง สู้รบกับอิหร่านอีกฝ่ายหนึ่ง เกิดคู่ขัดแย้งที่เป็นคู่กรณีระดับโลก ประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใครในตะวันออกกลาง ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของมหาอำนาจใด
แต่คำถามที่สังคมไทยต้องเริ่มถามอย่างจริงจังคือ เรากำลังปล่อยให้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม พาประเทศไทยเข้าไปใกล้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะหากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของประเทศ ถูกใช้เป็นฐานตั้งถิ่นฐานขนาดใหญ่ของพลเมืองจากประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม พื้นที่นั้นอาจกลายเป็น “เป้าหมายทางความมั่นคงโดยไม่ตั้งใจ” และความเสี่ยงนั้น อาจไม่ได้เกิดจากประชาชนธรรมดา แต่เกิดจาก ระบบนอมินี การถือครองที่ดินผ่านตัวแทน และการเอื้อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน
ตัวเลขที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม คือสถานการณ์บนเกาะพะงัน ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่า บนเกาะพะงันมีชาวต่างชาติประมาณ 8,000 คน ในจำนวนนี้มีชาว Israel ประมาณ 2,500–2,600 คน หรือเกือบ 30% ของชาวต่างชาติบนเกาะ และมีการประเมินว่ามีชุมชนครอบครัวประมาณ 400–600 ครอบครัว ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเกาะที่มีพื้นที่จำกัด และมีความเป็นไปได้มากว่าชาวอิสราเอลจำนวนมาก อาจกำลังหาแหล่งพักพิง สำรอง เพื่อหลบภัยสงคราม ในไม่ช้าเรา อาจได้เห็น Tel Aviv เมืองไทย เหมือนเห็น Little moscow ที่พัทยา
เมื่อชุมชนจากประเทศเดียวกันเริ่มมีจำนวนมาก สิ่งที่ตามมามักเกิดเหมือนกันทั่วโลก นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่ม เช่าที่ดิน ซื้อที่ดินผ่านนอมินี เปิดธุรกิจของตนเอง สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจของตนเอง สร้างโรงเรียนและชุมชนของตนเอง สุดท้าย พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยว ค่อย ๆ กลายเป็น ชุมชนของคนต่างชาติ
แต่ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่จำนวนคน คือคำถามเรื่อง “นอมินี” กฎหมายไทยชัดเจน ต่างชาติ ห้ามถือครองที่ดิน แต่ในทางปฏิบัติ หลายพื้นที่ในประเทศไทย ต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินได้ผ่าน บริษัทบังหน้า นอมินีไทย การถือหุ้นแทนคำถามที่สังคมไทยควรถามคือสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รู้เห็นเป็นใจ
ความจริงที่สังคมไทยรู้ดีคือ ระบบนอมินี ไม่เคยเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง มันต้องมี คนออกเอกสาร คนอนุญาต คนหลับตา และบางครั้ง คนรับผลประโยชน์
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างแต่การเปิดกว้าง ไม่ควรหมายถึง การปล่อยให้แผ่นดินของประเทศถูกซื้อผ่านตัวแทนโดยไม่มีใครตรวจสอบ ยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามโดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับ Israelการรวมตัวของพลเมืองจากประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามในพื้นที่หนึ่งจำนวนมากอาจทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็น จุดสนใจ หรือจุดเสี่ยง ด้านความมั่นคง โดยที่ประเทศไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนั้นเลย
ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่สงครามกับใครประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อสงครามในโลกคนไทยไม่ควรต้องรับผลกระทบจากสงครามที่เราไม่ได้ก่อและประเทศไทยไม่ควรถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น Safe Haven ของความขัดแย้งระหว่างประเทศเพียงเพราะระบบนอมินีเงินต่างชาติและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
เกาะพะงันอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนเพราะถ้ารัฐไทยยังปล่อยให้นอมินีถือครองที่ดินการก่อสร้างผิดกฎหมายธุรกิจต่างชาติที่ไม่เสียภาษีหรือไม่ก่อประโยชน์ให้กับท้องถิ่น หรือพ่อค้าแม่ค้าคนไทยและ มีเงินเข้ารัฐไทย ตามที่ควรจะเป็นแถมเอื้อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนหากเรื่องนี้ยังดำเนินต่อไปวันหนึ่งเราอาจตื่นขึ้นมาและพบว่าพื้นที่บางแห่งของประเทศไทยไม่ได้เป็นของคนไทยอีกต่อไป
ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแต่ประเทศไทยไม่ควรถูกขายผ่านนอมินีและแผ่นดินไทยไม่ควรถูกเปลี่ยนมือด้วยผลประโยชน์ใต้โต๊ะเพราะแผ่นดินนี้ไม่ได้เป็นของนักการเมืองไม่ได้เป็นของข้าราชการประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใครแต่เราอาจกำลังปล่อยให้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มพาประเทศไทยเข้าไปใกล้จุดเสี่ยงของสงครามที่เราไม่ได้ก่อเรียนฝาก ผู้ว่า และ สส.จังหวัดสุราษฎร์ธานีรวมทั้ง รัฐบาล ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังแอดมิน ประชาคมแพทย์