สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

สิริพงศ์ ซัดน่ารังเกียจ! นักวิชาการวิจารณ์ตระกูล อังคสกุลเกียรติ ปมรับงานรัฐบาล จ่อดำเนินคดี

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

’สิริพงศ์‘ ซัดกลับชุดใหญ่ ’นักวิชาการ‘ จับโยง ลาม ’บ้านใหญ่อังคสกุลเกียรติ‘ คั่วรับงานโครงการรัฐ กล่าวหาเลื่อนลอย ไร้หลักการ พฤติกรรมน่ารังเกียจ เล่นการเมืองแบบโบราณ ดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน สอนมวยอย่าอ่านแค่พาดหัว ต้องดูเนื้อหา อย่ามีอคติ ลั่นหากเกินเลย ให้ฝ่ายกม.ฟ้องดำเนินคดี

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.40 น. ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีนักวิชาการออกมากล่าวหากลุ่มบ้านใหญ่โดยพาดพิงมายังตระกูลอังคสกุลเกียรติ รับงานโครงการของรัฐว่า ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่ามีเครือญาติของอดีตโฆษกรัฐบาลรับงานของรัฐ แล้วมีนักวิชาการบางรายออกมาบอกว่าอาจเข้าข่ายทุจริต  แน่นอนว่านักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ และพร้อมให้ตรวจสอบ แต่การใช้ความคิดเห็นมาวิเคราะห์วิจารณ์ ก็อยากให้ใช้หลักการแบบไม่มีอคติ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลอย่างมีอคติ สิ่งแรกที่ตนต้องชี้แจงคือ 1.หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เปิดทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี2524 ตอนนั้นตนน่าจะอยู่ชั้นป.1 และรับงานผู้รับเหมาชั้น 1 มาเป็นเวลา 10 ปี ดังนั้นการที่เขาทำธุรกิจมา 40-50 ปี แล้วเขาจะรับงานของรัฐมากหรือน้อยอย่างไร ก็ไม่น่าแปลกอะไร
 
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า 2.ความเป็นเครือญาติ นามสกุลเดียวกัน มันตัดกันไม่ขาด ถ้าตนมาเล่นการเมืองแล้วไปบอกเขาว่าอาชีพที่ทำอยู่ให้หยุดซะ เพราะตนจะเล่นการเมือง มันก็ไม่ถูก สู้เขาที่รวยมากมาบอกให้ตนเลิกเล่นการเมืองยังจะง่ายกว่า แต่ในความเป็นจริงแต่คนละมีความมุ่งหวังแตกต่างกัน การที่มากล่าวหากันว่ามีความผิดเพราะเป็นเครือญาติ มันค่อนข้างไม่เป็นธรรม เพราะในทางการเมืองมีจำนวนมากที่นามสกุลเดียวกัน คนหนึ่งอยู่ฝ่ายค้าน คนหนึ่งอยู่รัฐบาล หรือฝั่งที่นักวิชาการเชียร์อยู่ก็มีคนที่อยู่ในเครือญาติแล้วมีคดีก็ยังมีเหมือนกัน แต่ในกรณีที่กล่าวหามันไม่เป็นความจริงซักประการ

“ขอเรียกร้องไปยังนักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ ใช้ข้อมูลอย่างไม่มีอคติ ดูข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะถ้านำเสนอความเห็นเฉพาะจากการอ่านพาดหัวข่าว โดยไม่อ่านเนื้อหาข่าวให้ละเอียด มันคงไม่ถูกต้องนัก“ นายสิริพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูหลายประเด็น เช่นการทุจริต ที่กล่าวหากันลอยๆแบบนี้ แล้วทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ก็ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร แต่ตนคิดว่าการตรวจสอบนักการเมืองเป็นสิ่งที่พึงกระทำ สามารถช่วยกันทำได้ แต่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไร้หลักการ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ส่วนจะเป็นขบวนการทำลายล้างทางการเมืองหรือไม่นั้น เป็นไปได้หลายส่วน เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาบอกว่า เวลาเรามาเล่นการเมือง จะรู้หลายเรื่องที่เราไม่เคยทำ แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกระทำความผิด ดังนั้นตรงไหนเราชี้แจงได้เราก็ชี้แจง แต่ตรงไหนถูกบิดเบือนทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ก็ต้องมีการดำเนินการ 

เมื่อถามว่าในช่วงการฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลมีการใช้นักวิชาการ เข้ามาโจมตีพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่ง จะฝากเตือนอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้มันอาจจะชัดแล้วว่าพรรคใดบ้างตั้งรัฐบาล พรรคใดบ้างเป็นฝ่ายค้าน จากนี้เมื่อประชาชนตัดสินใจแล้ว มีเวลา4ปี ตามเงื่อนไข ตามกฏหมาย ก็ขอเวลาให้รัฐบาลทำงาน การที่เริ่มมาดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน มันคงเรียกไม่ได้ว่าเป็นการเมืองสร้างสรรค์ หรือเป็นการเมืองแบบใหม่ ตนคิดว่ามันเป็นการเมืองแบบยุคโบราณของพรรคที่คิดว่าจะเป็นฝ่ายค้านในเวลานี้

Leave a comment