
สีหศักดิ์เดือดซัดสหรัฐ ฉีกกติกาทำโลกปั่นป่วน รอกลับลอตแรก62คน
วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
“สีหศักดิ์” ซัดสหรัฐฯ ฉีกกติกาทำโลกปั่นป่วน ชี้สิ่งท้าทายไทยคือเร่งแก้ปัญหา รับมือการอพยพคนไทย ทำงานแบบมียุทธศาสตร์ อยู่ให้ได้กับมหาอำนาจ ต้องมีศักดิ์ศรี ด้าน ‘ศุภจี’ เผยแผนการค้าช่วงสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่คนไทยชุดแรกออกจากอิหร่าน 62 คน เดินทางถึงตุรกี เร่งส่งตัวกลับไทย 9 มี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 8มีนาคมที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวในการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทย 192 คน ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกพรรคฯ ว่าเรื่องการต่างประเทศ จะขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างไรนั้น ต้องยอมรับว่าขณะนี้โลกปั่นป่วนมาก กติกาต่างๆ ที่มี สหรัฐอเมริกาฉีกกติกาหมดทุกอย่าง ไทยต้องมีการต่างประเทศที่เข้มแข็ง มีผู้นำที่เข้มแข็ง ตัดสินใจเด็ดขาด และต้องทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทหาร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วนคือปัญหาเร่งด่วนต้องแก้ไขเช่นกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เราจะทำอย่างไรในการอพยพคนไทยที่อยู่ทั้งในประเทศอิหร่าน ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน หรืออิสราเอล เรามีแผนพร้อมหรือไม่ นอกจากนี้ต้องดำเนินงานแบบมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่แก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้าการทูตต้องยึดผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศไทย เช่น กรณีกับกัมพูชา เขามาแบบนี้ เราก็ต้องตอบกลับแบบนี้ สุดท้ายเราต้องอยู่ให้ได้กับกัมพูชา ส่วนสหรัฐฯ ที่เป็นมหาอำนาจ เราก็ต้องอยู่กับสหรัฐฯ ให้ได้ ถ้าเขากดดันเราก็ต้องมีศักดิ์ศรี ยอมไม่ได้
“ผมอยากฝาก สส.ของพรรคฯ ที่จะเข้าไปอยู่ในสภาฯ ว่าการต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องกับสภาฯ ประเทศที่มีความเข้มแข็งเรื่องการต่างประเทศ จะมองการต่างประเทศแยกออกจากการเมือง ขอให้ทุกท่านที่เข้าไปอยู่ในสภาฯ ไม่ว่าจะบทบาทในกรรมาธิการ หรืออะไรต่างๆ ก็ดี อยากขอให้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องการต่างประเทศด้วย” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชื่นชมนายสีหศักดิ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่สามารถบริหารจัดการและประสานงานเรื่องการอพยพคนไทยในตะวันออกกลางที่กำลังมีปัญหาได้เป็นอย่างดี มีความรวดเร็ว ลดเสียงวิจารณ์ได้มาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เวลามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะถูกมองว่าดำเนินการล่าช้า
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีสัมนาพรรคฯ เพื่อพูดคุยกับ สส.ภายใต้งาน ‘พูดแล้วทำพลัส’ ตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาพบพี่น้องทุกคนและเป็นส่วนหนึ่งของพรรคฯ ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล แนะนำสิ่งต่างๆไปทำเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ เพราะเราต้องการเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสู้และแข่งขันได้โดยไม่อายใคร
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งที่กังวลคือความไม่แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทีมเราทุกคนต้องสามารถตอบโจทย์ได้ ซึ่งตนจะควบคุมราคาสินค้าโดยใช้กลไกเข้าจัดการอย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับผู้ประกอบการรายเล็กและใหญ่ สำหรับเส้นทางการขนส่งสินค้าของเรา มีกว่า 60% ที่ต้องผ่านแหลมกู๊ดโฮป หากจะต้องขับอ้อมแหลมดังกล่าวต้องใช้เวลา 10-15 วัน ฉะนั้นเราจะต้องหาวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องขนส่ง
“ส่วนเรื่องปุ๋ย เราอยู่ได้ถึงสิงหาคมนี้ หากขาดแคลนเราต้องหาเข้ามาเสริม ตนจะไปคุยกับทางมาเลเซียและบรูไน ขณะที่กรณีภาษีสหรัฐฯ หลังจากศาลสูงสหรัฐฯ เบรกเรื่องภาษี ที่ผ่านมาเราได้ตกลงกับสหรัฐฯ ไว้เยอะ จากที่จะได้ 19% แต่พอมีคำสั่งดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ให้คงที่ 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน ฉะนั้นวันนี้เราจะต้องรีบจัดสรรภาระต้นทุน”นางศุภจี กล่าวและว่า เรื่องราคาเพื่อพืชผลการเกษตร เราต้องดูแลจัดสรรทั้งระบบและดูว่าเราจะใช้พื้นที่ไหนปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ตนตั้งเป้า 1ล้านไร่ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม และพืชผลทางการเกษตร ที่ผ่านมาพยามดูในเรื่องการจัดการกับล้ง โดยจะมีการทำล้งกลางได้หรือไม่ ควบคู่ไปดูเรื่องปุ๋ย ฉะนั้นขอให้พี่น้องทุกคนติดต่อมา เพื่อให้การเกษตรไทยยั่งยืน เพราะหากแก้ปัญหาภาคเกษตรได้จะเปลี่ยนประเทศให้เกิดความยั่งยืนได้
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่สู้รบในตะวันออกกลาง ว่านับตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศตุรกี เจ้าหน้าที่ประจำจุดผ่านแดน Kapikoyได้อำนวยความสะดวกให้แก่คณะจากกรมการกงสุล นำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา นำโดย น.ส.พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต รับคณะคนไทยกลุ่มแรก 62คน นำโดย น.ส.ชญานิษฐ์ ประเสริฐผล ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ออกจากประเทศอิหร่าน ผ่านจุดผ่านแดน Raziมายังด่าน Kapikoyของตุรกี ด้วยความปลอดภัย
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ ได้จัดเตรียมที่พัก อาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งจำเป็นต่างๆ ให้กับคนไทยที่อพยพออกจากประเทศอิหร่าน ระหว่างที่พำนักอยู่ในเมือง เพื่อรอออกเดินทางกลับประเทศไทยช่วงวันที่ 8-9 มีนาคม 2569 โดยการอพยพคนไทยในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตราย ด้วยความปลอดภัย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศขอบคุณฝ่ายอิหร่าน และตุรกี ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่คณะคนไทยอพยพ และขอส่งความห่วงใยไปยังทุกท่าน ขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ติดตามข่าวสารและประกาศจากสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด
